เปิดโผ 4 หุ้นเด่นสุด รับผลบวกนโยบาย “ฟรีวีซ่า”

เมื่อไม่นานมานี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติฟรีวีซ่า เปิดให้นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เป็นระยะเวลา 5 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 .. 66 - 29 .. 67 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น นับเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว ทั้งสนามบิน โรงแรม ตลอดจนผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้สำรวจหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์มาฝาก 


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า จากประเด็นข้างต้นฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เพราะหากมีการให้ฟรีวีซ่าจีนและคาซัคสถาน จากเดิมที่ต้องจ่ายประมาณ 2,000 บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 66 - 29 ก.พ. 67 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 เดือน มากกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้แค่ 3 เดือน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นได้อย่างโดดเด่น


ทั้งนี้เนื่องจากเป็น Golden week ของจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 66 และเป็นช่วงตรุษจีน ระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ. 67 รวมถึงไตรมาส 4/66 – 1/67 ยังเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยวไทย โดย ในช่วง 7 เดือน ของปี 2566 กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนอยู่ที่ 12% หรือ 1.9 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวคาซัคสถานมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.7% หรือ 1 แสนคน


สำหรับหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่จะได้รับผลบวกจากข่าวดังกล่าวจากมากไปน้อยเรียงตามสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR และกลุ่ม Aviation ได้แก่ AAV, AOT สำหรับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและการบิน ยังให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด”


ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ 4 หุ้นเด่น ได้แก่ AAV จะได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนราว 20-25% ให้แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.70 บาท, ERW จะได้ sentiment เชิงบวกมากเช่นเดียวกัน โดยมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนราว 15% ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท


AOT จะมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนราว 10%-15% ของรายได้เกี่ยวกับการบิน ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 84.00 บาท และ BAFS มีสัดส่วนรายได้เติมน้ำมันจากเที่ยวบินจีนราว 5-10% ของรายได้รวม ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาท


ด้านแนวโน้มการดำเนินงานของหุ้น AAV นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปี 2566 ที่ 1,147 ล้านบาท ฟื้นตัวเด่นจากปีก่อนที่ขาดทุนปกติ 8,030 ล้านบาท หนุนจากแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารทั้งเส้นทางบินในและระหว่างประเทศที่มากขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก และการขยายฝูงบินที่หนุนให้ Capacity เพิ่ม


ขณะที่ราคาค่าบัตรโดยสารเฉลี่ยคาดยังสามารถทรงตัวระดับสูงกว่าช่วง Pre COVID-19 ได้ต่อเนื่องในปี 2566-2567 เพราะอุปทานที่จำกัด ส่วนแรงกดดันจากราคาน้ำมันระดับสูงและการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือส่งผลให้ภาษีน้ำมันสำหรับเครื่องบินเพิ่มขึ้น สามารถชดเชยได้บางส่วนผ่านการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าบัตรโดยสาร ทำให้คาดผลกระทบจากประเด็นดังกล่าวจำกัด แนะนำ ซื้อ ประเมินเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 3.50 บาท


ถัดมา ERW นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คงคำแนะนำ ซื้อ และเลือก ERW เป็น Top pick ให้ราคาเป้าหมาย 6 บาท และมีโอกาสปรับเพิ่ม จากผลประกอบการที่ฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่ม คาดกำไรปี 2566 ที่ 725 ล้านบาท เป็นไปได้ แม้มี pre-opening cost จากการเปิดโรงแรมในญี่ปุ่นเข้ามาและสูงกว่าระดับ Pre COVID-19 แล้วราว 50%


ขณะที่ประมาณการปี 2566-2567 ยังมีโอกาส upside เพิ่มเติมจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อย่างฟรีวีซ่าจีน โดย ERW มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในไทยมากที่สุดในกลุ่มสะท้อนการได้ประโยชน์สูงสุดหากการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว


ส่วน AOT นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ปรับประมาณการปี 2565/66 ลงเป็นกำไร 9,526 ล้านบาท ฟื้นตัวจากปีก่อนที่ขาดทุน 11,088 ล้านบาท จากการปรับลดสมมติฐานผู้โดยสารในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้อนุรักษ์นิยมมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองบวกต่อ AOT จากแนวโน้มผลประกอบการที่เข้าสู่ช่วงเติบโตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและการรับรู้รายได้สัมปทานโดยเฉพาะสัญญาจาก King Power ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 85 บาท


ปิดท้ายที่ BAFS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 310 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนปีก่อนที่ 281 ล้านบาท


โดยช่วงครึ่งปีหลังประเมินกำไรปกติจะขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรก หนุนโดยการเข้าสู่ช่วง high season ของภาคท่องเที่ยวในไตรมาส 4/66 การทยอยเพิ่มเที่ยวบินของสายการบิน และอานิสงส์จากการเปิดให้บริการอาคาร SAT-1 ตั้งแต่เดือนก.ย. 66


นอกจากนี้การออกมาตรการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนจะช่วยหนุนปริมาณเที่ยวบินและปริมาณเติมน้ำมันอากาศยาน โดยประเมินบริษัทมีสัดส่วนรายได้เติมน้ำมันอากาศยานจากเที่ยวบินจีนราว 15% ของรายได้รวม คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 35 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us