Official Update :

โบรกฯ ฟันธง เงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทย รับแรงหนุน FTSE รีบาลานซ์-การเมืองชัดเจน ชี้ตอนนี้เป็นจังหวะต้องเข้าสะสม

ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยระยะสั้น รับแรงหุน FTSE รีบาลานซ์ - ภาพการเมืองชัดเจนมากขึ้น หลังได้รัฐบาลและกำหนดนโยบาย พร้อมชี้เป็นโอกาสทยอยสะสม ในหุ้นกลุ่ม Global Play และหุ้นกำไรไตรมาส 3/66 โตเด่น


นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ให้มุมมองถึงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น มีโอกาสที่ทิศทางฟันด์โฟลว์จะไหลกลับมาเข้าซื้อราว 2 พันล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนของ FTSE ที่ได้ประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นเข้า-ออกดัชนีใหม่ ซึ่งในรอบนี้ให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสูงจึงเป็นตัวดึงดูดเม็ดเงิน


ขณะเดียวกันสถานการณ์หรือปัจจัยภายในประเทศจะเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาค่อนข้างเยอะ และภาพรวมของปัจจัยการเมืองในประเทศหลังจากที่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลและกำหนดนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้น


แต่อย่างไรก็ดี เม็ดเงินที่เข้ามาอาจไม่สูงมากนัก เนื่องจากระดับ P/E ของตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ 17 เท่า ยังถือว่าสูงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านที่ซื้อขายกันอยู่ที่ 11 – 12 เท่า และจีดีพีของไทยเติบโตอยู่ที่เพียง 2% ซึ่งมีความเสี่ยงจะถูกปรับประมาณลงมาอีก ขณะที่ในภูมิภาคเติบโตอยู่ที่ 3-5% จึงอาจทำให้เม็ดเงินไหลไปยังตลาดที่มีความน่าสนใจมากกว่า


ทั้งนี้ ด้วยทิศทางของฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ามา จะเป็นตัวช่วยให้โมเมนตัมของตลาดและบรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น จึงเป็นโอกาสที่จะทยอยสะสมในหุ้นที่เกี่ยวกับ Global Play อย่าง SPRC, TOP, PSL, WICE และหุ้นที่กำไรไตรมาส 3/66 จะเติบโตได้โดดเด่น อาทิ DOHOME, JMT และ MASTER


ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฟันด์โฟลว์อยู่ในช่วงหมุนเวียนจากตลาดหุ้นไปตลาดตราสารหนี้บางส่วน สะท้อนได้จากเม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคทุกประเทศ อาทิ ตลาดหุ้นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และไทย ส่วนหนึ่งถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ 10 ปี ที่เร่งตัวขึ้นมาเร็ว มาอยู่ที่ 4.28% สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐ ในเดือน ส.ค. ที่เร่งตัวขึ้นมาเป็น 3.7% จากช่วงเดียวกัน


อย่างไรก็ตาม วานนี้หลังมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ข้อมูลจาก Fed Watch Tool ประเมินมาสัปดาห์หน้า Fed มีโอกาสคงดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 92% เป็น 97% และจะคงดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงกลางปี 2567 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ 10 ปี เริ่มย่อตัวลงมา และถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดหุ้นที่ฟันด์โฟลว์มีโอกาสไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นบ้าง


ทั้งนี้ แรงขายนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสชะลอลง พร้อมกับตลาดหุ้นไทยที่ย่อตัวมาต่อเนื่องจนปัจจุบันดัชนี 1535 จุด เริ่มเข้าใกล้จุดก่อนได้นายกคนใหม่ (21 ส.ค. 66) 1525 จุด ขณะที่แนวโน้มกำไรยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง (Blooberg Consensus ทยอยปรับประมาณการกำไรขึ้น) น่าจะเป็นจังหวะในการสะสมหุ้นเพิ่มได้

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us