โดนทุกดอก! PTT ช่วยแบกภาระราคาพลังงาน โบรกฯ ชี้ฉุด EBITDA ปี 66-67 หายไปกว่า 4 หมื่นล้าน ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ให้เป้า 35 บาท
ตามที่หลายคนได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐนั้น จะมีนโยบายเร่งด่วนอย่างการลดค่าไฟและราคาพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่แน่นอนการจะผลักดันนโยบายก็มีความจำเป็นและความเป็นไปที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากเอกชน ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาให้มุมมองดังนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จํากัด ให้มุมมองว่า PTT ถือเป็นพี่ใหญ่ในวงการจึงมีโอกาสที่จะถูกภาครัฐขอให้ช่วยแบ่งเบาภาระราคาพลังงานตามโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับ PTT
โดยครม.อนุมัติให้ลดค่าไฟฟ้างวดก.ย.-ธ.ค.66 ลง 0.35 บาท/หน่วยเป็น 4.10 บาท/หน่วย ขณะที่รมว.พลังงานระบุว่า จะลดต้นทุนค่าก๊าซโดยตรึงราคา pool gas ไว้ไม่เกิน 305 บาท/mmbtu มองว่า PTT อาจต้องรับภาระส่วนต่างระหว่างต้นทุนก๊าซที่แท้จริงและเพดานราคา และยังไม่ชัดเจนว่า PTT จะได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งในกรณีที่ไม่ได้รับเงินชดเชย จะผลกระทบต่อ EBITDA ในปี 66 จะอยู่ที่ราว 1.48 หมื่นล้านบาท
ขณะที่กกพ. เสนอใช้กลไกราคา “Single Pool Gas Price” มองการใช้ Single Pool Gas Price จะทำให้ต้นทุนผู้ผลิตไฟฟ้าลดลง 23 เหรียญสหรัฐ/mmbtu จะทำให้ EBTIDA ของ PTT หายไปราว 2.66 หมื่นล้านบาทในปี 67 กรณีนี้ PTT ต้องปรับราคาขายอีเทนในสัญญาที่ทำไว้กับ PTTGC เพื่อร่วมกันแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ครม.อนุมัติตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ที่ 423 บาท/ หน่วยในเดือนต.ค.-ธ.ค. 66 แต่เงินอุดหนุนสำหรับมาตรการดังกล่าวจะมาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงไม่มีผลกระทบทางการเงินต่อ PTT แต่ไม่สามารถมองข้ามความเป็นไปได้ ที่รัฐจะขอให้ PTT ช่วยอุดหนุนราคา LPG ให้กับผู้ใช้ภายในประเทศ หากสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันฯแย่ลง ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงการดำเนินงานของ PTT สูงขึ้น
ดังนั้น จึงได้ปรับลดคำแนะนำหุ้น PTT เป็น “ถือ” จาก“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36 บาท มีความเสี่ยงสูงที่รัฐฯอาจจะขอให้ PTT อุดหนุนมาตรการประชานิยมช่วงที่หนี้สาธารณะสูงขึ้น โดยประมาณการ upside risk หากต้นทุนก๊าซนำเข้าต่ำกว่าคาด ส่วน downside risk มาจากความต้องการก๊าซในประเทศที่ต่ำกว่าคาด
ขณะที่บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าครม.เห็นชอบลดค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 0.11 บาท จาก 4.10 บาทเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย เริ่มมีผลทันทีในรอบบิลเดือน ก.ย.นี้ ประเด็นนี้เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก, โรงแรม และโรงพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก
แต่จะเป็นลบกับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC GULF) หากใช้วิธีปรับลดค่า Ft และ จะเป็นลบกับ PTT หากให้ PTT ช่วยอุดหนุนด้วยการแบกรับหรือพยุงราคาก๊าซธรรมชาติไม่ให้ปรับขึ้น
