Official Update :

3 หุ้นตัวตึง! โอกาสโตครั้งใหญ่ เมื่อ “บิ๊กเทคฯ โลก” สนลงทุน Data Center ในไทย

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อนายกรัฐมนตรีของไทย เปิดเผยว่าบริษัทระดับโลกอย่าง Google และ Amazon สนใจลงทุน Data Center ในประเทศไทย มูลค่าเบื้องต้นคาดที่ระดับ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อรายนั้น ซึ่งในแวดวงตลาดทุนจะมีหุ้นไหนได้ผลบวก Wealthy Thai มีคำตอบให้แล้ว


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน การเข้ามาลงทุนของ Google และ Amazon ในด้าน Data Center จะหนุนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจของ SYMC (เป้าหมายเบื้องต้น 10.00 บาท) จากโอกาสได้งานเชื่อมต่อ traffic ระหว่างประเทศที่มากขึ้น


นอกจากนี้ INSET (ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเก็งกำไรในประเด็นดังกล่าวกับโอกาสได้งานประมูลก่อสร้าง Data center ใน ระยะถัดไป


สำหรับ SYMC ประเมินราคาหุ้นได้ Sentiment บวก และได้ประโยชน์โดยตรง หลังการเดินทางกลับจากสหรัฐฯของนายกรัฐมนตรีไทย มีความคืบหน้าเชิงบวกต่อแนวโน้มที่บริษัท Technology ขนาดใหญ่ ของสหรัฐฯ เช่น Google และ Amazon สนใจลงทุน Hyperscale Data Center ในไทย


โดยธุรกิจ Telecom Network Provider ได้ประโยชน์อย่างมาก หากมีการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ในไทยจะส่งผลให้ความต้องการใช้โครงข่ายเพื่อเชื่อมต่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทมีจุดเด่น คือ มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างประเทศในสัดส่วนสูง ซื้อขายที่ PER2566 ระดับ 14.9 เท่า


รวมทั้ง ITEL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน ITEL โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มสื่อสารในกลุ่มธุรกิจ SI และ Network Provider จะเป็นที่พักเงินได้ดี ภายใต้ภาวะตลาดทั่วโลกที่ผันผวนจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสููง เนื่องจากแนวโน้มธุรกิจเติบโตชัดเจนใน 3 ปี ข้างหน้า


อีกทั้งได้ปัจจัยบวกเฉพาะตัว คือ การเติบโตของธุรกิจ Hyperscale Data Center จากผ้เล่นรายใหญ่ต่างประเทศ ซึ่ง ITEL มีความน่าสนใจใน เชิง Laggard Play และ Valuation ไม่แพง อิง Consensus ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER2567 เพียง 10.1 เท่า


วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

ขณะที่ปัจจัยพื้นฐาน SYMC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินการเข้ามาลงทุนของต่างชาติในประเทศไทยหนุนการเติบโตเด่นกว่าที่ตลาดคาด


สำหรับการเติบโตของรายได้ SYMC ตั้งแต่ปี 2563 ส่วนใหญ่อยู่ในรายได้กลุ่มการให้บริการต่างประเทศ หรือ International Business ซึ่งส่วนใหญ่เป็น OTT ต่างประเทศ และผู้ประกอบการ Cloud ที่เข้ามาทำตลาดในไทย


โดยผู้เล่นเหล่านี้ต้องใช้ 1) การเชื่อมต่อใน Data Center ของตัวเอง 2) การเชื่อมต่อระหว่าง Data Center แต่ละแห่ง และ 3) การเชื่อมต่อไปยังศูนย์ที่ต่างประเทศ ปริมาณการใช้งาน Data ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องระยะยาวในยุค 5G ทำให้ OTT และผู้ประกอบการ Cloud ต้องใช้งาน SYMC


นอกจากนี้คาดปี 2566 รายได้ International Business โตต่อเนื่องที่ระดับ 40-50% ซึ่งในระยะยาวการเติบโตของ OTT และผู้ให้บริการ Cloud ที่เข้ามารุกตลาดไทยจะมีอย่างต่อเนื่องจากพื้นที่ให้บริการ Data Center ที่จำกัดในสิงคโปร์ การเติบโตของการใช้ Data ในยุค 5G ที่ยังเพิ่งเริ่มต้น เป็นโอกาสเติบโตใหญ่ของ SYMC ในตลาดต่างประเทศในระยะยาว


ทั้งนี้คาด SYMC ทำกำไรปกติปี 2566 ได้ที่ 217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน และปี 2567 ที่ 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า


ขณะที่ INSET นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองบวกขึ้น หลังติดตามสถานการณ์ล่าสุดของ INSET หลังบริษัทเผชิญปัญหาขาดงานเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น สอดคล้องภาพใหญ่ โดยโครงการฝั่งเอกชนกลับมาเดินหน้า


ส่วน 2 งาน Data Center ใหญ่ที่บริษัทยื่นประมูลอยู่ คาดมีโอกาสได้อย่างน้อย 1 งาน ทราบผลประมูลภายในปี 66 ขณะที่อาจจะมีขนาดงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น หลังนโยบายดิจิตอลถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักรัฐบาลใหม่วางไว้ ทำให้ต้องมีการเผื่อกำลังให้บริการเพิ่ม ส่วนงานขนาดเล็ก เช่น การวางเสาสายออกมาประมูลเพิ่มขึ้น


ขณะที่โครงการ Digital Wallet ที่รัฐบาลเร่งผลักดัน ผลบวกต่อบริษัทน่าจะอยู่ในระยะกลาง เพราะมีโอกาสทำให้กำลังให้บริการ Data Center ที่มีในปัจจุบันเต็มเร็วขึ้น และอาจจะเห็นโครงการ Data Center ใหม่ๆ เร็วกว่ากำหนดเดิม


ส่วนงานภาครัฐฯอื่นๆ ยังค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากหน่วยงานรัฐฯ ตามปกติหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ มักจะมีการทบทวนโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มให้แนวทางไปกับนโยบายรัฐบาลใหม่


ดังนั้นมองบวกขึ้นต่อความเป็นไปได้ของการได้งาน Data Center ขนาดใหญ่เข้ามาอย่างน้อย 1 งาน ช่วงปลายปี และมูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่าสมมติฐานที่ประเมินไว้ที่มูลค่า 750 ล้านบาท โดยงานดังกล่าวจะช่วยให้ Backlog ที่มีปัจจุบันเพิ่มขึ้นมีนัยฯจากปัจจุบันที่มี 1.0-1.1 พันล้านบาท


โดยหากลูกค้าที่มีโอกาสได้งานสูงมีการปรับเพิ่มมูลค่าโครงการจะสร้าง Upside ชัดเจน ขณะที่การกลับมาเดินหน้างานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงอาจขาด Backlog ส่งมอบปี 67 จากเดิมฝ่ายวิจัยยังไม่แน่ใจ Timeline ของงานใหญ่ในช่วงการเมืองขาดความชัดเจน


ส่วนงานเอกชนขนาดเล็ก ประเมินเข้ามาราว 30 ล้านบาทในประมาณการ น่าจะช่วยลดความผันผวนกำไรงวดครึ่งหลังปี 66 ไปได้บ้าง ซึ่งยังอยู่นอกประมาณการ จึงปรับเพิ่มกำไรปี 66-67 ขึ้น 1.7% และ 0.3% จึงคาดกำไรปี 66 จะอยู่ที่ 96.6 ล้านบาท ลดลง 8.5% ส่วนการฟื้นตัวเด่นชัดในปี 67 ที่ 25.6% และมั่นใจต่อภาพดังกล่าวชัดเจนมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า แนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 2.52 บาท


ปิดท้ายที่ ITEL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประมาณการปี 66 คาดรายได้รวม 3,103 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน ต่ำกว่าเป้าหมายบริษัทที่ 3,500 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน เติบโตจาก Gross margin ดีขึ้นเป็น 22.2% ตาม Gross margin ที่ดีขึ้นของธุรกิจ Data service และธุรกิจติดตั้งโครงข่าย


ดังนั้นแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท มองว่า ITEL มีความน่าสนใจ 1.ธุรกิจหลัก Data service (สัดส่วนรายได้ 50%) อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตตามการเชื่อมต่อข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) 2. ธุรกิจติดตั้งโครงข่ายมีโอกาสได้งานเพิ่มเติมจากโครงการ กสทช.


และ 3.ประมาณการกำไรสุทธิของเรามีโอกาสเกิด downside จำกัดเมื่อเทียบกับเป้าหมายบริษัท นอกจากนี้ หุ้น ITEL ปัจจุบันซื้อขาย PBV ราว 0.7 เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 67 สะท้อนความ เสี่ยง downside ของประมาณการกำไรไปมากแล้ว มองเป็นโอกาสสะสม


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator