Official Update :

JKN เคลียร์ชัด ซื้อ “NEW18” สุดคุ้ม!! ไม่นานเกินรอ 4 ปีคืนทุน

JKN หรือ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ที่ได้ประกาศขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นขยายกลุ่มธุรกิจ Commerce ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพความงามและกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ที่มีอัตราการทํากําไรต่อหน่วยสูงส่งผลให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ และประกาศข่าวใหญ่ของวงการตลาดทุนอย่าง ข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด หรือ DN เพื่อเข้าบริหารช่องทีวี NEW18


ทั้งนี้ล่าสุด JKN ได้จัดงานแถลงข่าว กลยุทธ์​และทิศทางในการดำเนินธุรกิจ​แนวใหม่​ กับการก้าวเข้าสู่​ CONTENT​ COMMERCE​ COMPANY​ แบบเต็มตัว​ พร้อมเหตุผล​ ทำไมถึงซื้อช่อง NEW18 ดังนั้นวันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้นำมาฝากนักลงทุนแล้ว


นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ JKN  เปิดเผยว่า ก้าวต่อไปของ JKN คือ สร้างการเติบโตแก่องค์กรอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น จากการผลักดันองค์กรไปสู่ Content Commerce Company โดยขยายธุรกิจไปยังสินค้าอุปโภคบริโภค (ธุรกิจ Commerce) ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อการสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่บริษัทฯ


ทั้งนี้จากการนำโมเดลความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจ Content มาต่อยอดสร้างความเข้มแข็ง  แก่ธุรกิจ Commerce ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ Olig Fiber (โอลิก ไฟเบอร์), V-Allin (วี ออลิน), Hair now (แฮร์นาว), Instinct (อินสติงท์) และ C-TRIA by Anne JKN (ซีเทรีย) ผ่านกลยุทธ์ ‘ซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง


โดยใช้ดาราศิลปินมาเป็นพรีเซ็นเตอร์กระตุ้นการใช้และซื้อสินค้าเพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน ภายใต้แบรนด์ Cupid (คิวปิด) ได้แก่ Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์) และ Tiger X (ไทเกอร์ เอ็กซ์) ที่เตรียมออกวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคภายในเดือนนี้


ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่อยู่ในกระแสผู้บริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมมาจากสารสกัดของกัญชง มากกว่า 10 รายการ จากความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง DOD พร้อมกับเปิดกว้างพันธมิตรรายอื่น ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากกัญชงเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าให้ดีที่สุด


ส่วนการเข้าซื้อกิจการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด เพื่อเข้าบริหารทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น JKN18 ถือเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของ JKN ที่ผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่ Content Commerce Company อย่างเต็มตัว พร้อมขยายฐานผู้ชมจากทีวีดาวเทียมไปสู่ทีวีดิจิทัลและผลักดันการเติบโตกลุ่มธุรกิจ Commerce


โดยนำจุดแข็งด้านการผลิตคอนเทนต์รายการ ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าวที่นำเสนอประเด็นร้อนผ่านมีพิธีกรชื่อดังให้แก่ผู้ชมตลอดทั้งวัน และรายการคอนเทนต์ซีรีส์ดังที่จะมาสร้างความบันเทิงมาสร้างเรตติ้งให้แก่ช่อง JKN18 และใช้เป็นช่องทางสื่อสารถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์และจำหน่ายไปยังกลุ่มผู้ชมโดยตรง หรือ D2C ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ JKN มีช่องทางการขายที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางออฟไลน์ สอดรับกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุค New Normal ได้อย่างแท้จริง


“ประเด็นทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 มีเรตติ้งรั้งท้ายนั้น มองว่าหากเขาเป็นเบอร์ 1 คงจะไม่ขาย ดังนั้นบริษัทต้องมาคิดว่า เมื่อได้โอกาสเข้ามาซื้อแล้วในราคาที่ไม่แพง เราจะทำอย่างไรให้ช่องรวยขึ้น และปั้นให้ธุรกิจมีคุณค่า ซึ่งการซื้อช่อง NEW18 มองว่าคุ้ม ถ้าไม่คุ้มไม่ลงทุน เพราะได้ทั้งใบอนุญาต อาคารสถานี อุปกรณ์ สตูดิโอทั้งหมด เพราะแค่ค่าดำเนินการก่อสร้างที่เจ้าของเดิมลงทุนก็ราว 500 ล้านบาทแล้ว ที่สำคัญเรายังได้ tax shield หรือ ประโยชน์ที่ได้ทางภาษีราว 400 ล้านบาทอีกด้วย ดังนั้นเงินเข้าลงทุนทั้งหมด 1,060 ล้านบาทจึงมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”นายจักรพงษ์ กล่าว


ด้านนาย ธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี JKN กล่าวว่า ประเด็นทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 4 ปี โดยบริษัทได้มองพียงแค่ทำทีวีเพียงอย่างเดียว แต่จะนำธุรกิจ Commerce เข้ามาในช่องทางมีเดียอีกด้วย


ทั้งนี้บริษัทฯ ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,100 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจำนวนไม่เกิน 450 ล้านบาท สินเชื่อจากสถาบันการเงินอีก 450 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการผ่อนชำระอีก 36 งวด ซึ่งภายหลังเข้าซื้อกิจการ บริษัทฯ จะนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรของ JKN ที่มีธุรกิจคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง เข้าไปเพิ่มศักยภาพการผลิตรายการข่าวให้น่าสนใจเพื่อสร้างเรตติ้งที่ดีให้แก่สถานี โดยมีเป้าหมายเรตติ้งติดอันดับท็อปเทน  ด้วยกลยุทธ์ทางคอนเทนต์ต้องแข็งแกร่ง มีความหลากหลาย ซึ่งบริษัทมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยวันนี้ 26 เม.ย.นี้เตรียมประกาศผังรายการ


โดย การเข้าบริหารช่อง JKN18 ได้ช่วยสนับสนุนธุรกิจ Commerce ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่ม JKN  ให้เติบโตทั้งด้านยอดขาย และการสร้างอัตราการทำกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยของกลุ่ม JKN เพิ่มเป็นมากกว่า 50%


และยังช่วยสนับสนุนในเชิงกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของบริษัท โดยวางเป้า 3 ปีนับจากนี้ จะมีรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ Content ราว 50% และ ธุรกิจ Commerce อีก 50%  ส่วนปี 2564 คาดว่าจะมีรายได้รวม 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ Content ประมาณ 2,000 ล้านบาท และธุรกิจ Commerce อีก 550 ล้านบาท 

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”