เปิดวิชั่น “พรอนงค์” เลขา ก.ล.ต.คนใหม่ กับภารกิจสร้างความน่าเชื่อถือ -ไว้วางใจ ชี้ปัญหา STARK-MORE อยู่ระหว่างตรวจสอบ
เปิดวิสัยทัศน์ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. คนที่ 8 พร้อมเรียกความเชื่อมั่น เร่งสร้างความน่าเชื่อถือ-ไว้วางใจ มองทิศทาง 4 ปีข้างหน้า ตลาดทุนยังเป็นกลไกหลักสู่ระบบการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ส่วนกรณีหุ้น STARK-MORE ชี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้มุมมองว่า ขณะที่ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ประจำภาควิชาการเงินและการธนาคารคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั้น ตนเองมีประสบการณ์และความคุ้นเคยกับเนื้องานของสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่แล้ว
ทั้งนี้เนื่องจากได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับตลาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนบทบาท ก้าวเข้ามาเพื่อรับผิดชอบหน้าที่ที่มากขึ้น
โดยในมุมมองของตนเอง การทำหน้าที่หน่วยกำกับดูแล (regulator) ของสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นการให้บริการสู่สาธารณะ บทบาทหน้าที่จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการกำกับ ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่เหล่านี้ คือ ออกเกณฑ์ปฏิบัติที่ทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง 2 สิ่งดังกล่าว
สำหรับวิสัยทัศน์ มองว่าเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของคณะกรรมการ คือ การสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจให้เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเน้นการสื่อสารให้มากขึ้น เรื่องอะไรที่สำนักงานทำแล้ว
“เรามีหน้าที่ทำให้คนเกิดความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ องค์กรเป็นธรรม และเป็นอิสระต่อทุกฝ่าย ไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เพื่อสาธารณะ”
แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดกรณีสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างมาก ซึ่งเราก็มีแนวทางในการเรียกความเชื่อมั่นกลับมา ด้วยการสร้างความมั่นใจในเรื่องกระบวนการ ภายใต้กฎหมายและอำนาจที่มี โดยต้องทบทวนว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาเต็มที่หรือยัง ซึ่งมั่นใจว่าเต็มที่แล้ว
ดังนั้นจึงต้องมาดูเรื่องการสื่อสาร แม้บางเรื่องสำนักงาน ก.ล.ต. จะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DSI ในกรณีของหุ้น STARK แต่เรายังให้การสนับสนุนอยู่ และตรวจสอบข้อมูลควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอาจจะมีการสื่อสารไม่ทั่วถึง ดังนั้นในอนาคตจะเห็นการสื่อสารร่วมกันระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างแน่นอน
นอกจากการเรียกความเชื่อมั่นจากกรณีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว สำนักงาน ก.ล.ต. ยังต้องดำเนินการไม่ให้เกิดกรณีใหม่เพิ่มขึ้น ด้วยการ “ป้อง ปราม ปราบ” โดยยกระดับเกณฑ์การตรวจสอบต่างๆ รวมถึงหากเห็นสัญญาณที่อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตจะทำอย่างไร ซึ่งส่วนนี้สำนักงาน ก.ล.ต. จะไม่ได้ดำเนินการเพียงองค์กรเดียว แต่จะเป็นการร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด
ขณะที่ทิศทางและบทบาทของสำนักงาน ก.ล.ต. ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น นางพรอนงค์ กล่าวว่า เชื่อว่าบทบาทของสำนักงานไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ตนเองหรือเลขาธิการคนไหน บทบาทไม่ได้เปลี่ยน ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาและกำกับระบบเศรษฐกิจไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งกิจการต่างๆ มีข้อจำกัดในการพัฒนาคือเรื่องเงิน ตลาดทุนจึงต้องเป็นช่องทางการระดมทุนที่ตัวเล็กตัวน้อยเข้ามาได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ดังนั้น 4 ปีข้างหน้าตลาดทุนจึงยังเป็นกลไกหลักในการทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยสามารถแข่งขันได้
อีกทั้งตลาดทุนควรเป็นเครื่องมือของการออม โดยเฉพาะสังคมไทยที่เข้าสู่สังคมผุ้สูงอายุ เราคงไม่อยากเห็นผู้สูงอายุที่เลี้ยงตัวเองไม่ได้ พึ่งแต่สวัสดิการ ควรจะเป็นผู้สูงอายุที่เลี้ยงตัวเองจากการออมเงินได้ ซึ่งการออมเหล่านี้ ตลาดทุนก็อยากจะเป็นเครื่องมือในการลงทุนที่ดูแลนักลงทุน มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตามความเสี่ยง
“การมองอนาคต 4 ปีข้างหน้าภายใต้การนำของตนเอง อันไหนที่เป็นจุดแข็งของสำนักงาน ก.ล.ต. ก็อยากให้แข็งแรงมากขึ้น อันไหนที่สามารถพัฒนาต่อได้ก็อยากจะเป็นส่วนผลักดันที่สำคัญ เพื่อให้จุดอ่อนเหล่านี้ปิดลงได้”
อย่างไรก็ดี ในมุมของหน่วยงานกำกับดูแล สำนักงานไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ เพราะตลาดทุนใหญ่ขึ้นตลอดเวลา เราต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งบริษัทจดทะเบียน และสมาคมต่างๆ เช่น ในเรื่องของความยั่งยืน ไม่อยากให้เป็นเรื่องของภาษาธุรกิจสวยๆ อยากให้ความยั่งยืนเหล่านี้กระจายไปสู่สังคม อยากให้บริษัทใหญ่นำศักยภาพของตนเองไปทำเรื่องดีๆ ให้กับสังคม ซึ่งตลาดทุนช่วยได้
ดังนั้นนอกจากจะอยากเห็นตลาดทุนที่สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจได้แล้ว ยังอยากให้ตลาดทุนเป็นที่หลักของทุกคน เป็นกลไกหลักไปสู่ระบบการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเสริม Financial Well Being ของคนดีขึ้นด้วย อยากเห็นภาพเหล่านี้ชัดเจนมากขึ้น
ในส่วนของกรณี บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK และ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
นอกจากนี้สำนักงาน ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งต้องรอข้อสรุปอีกครั้งว่าจะสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ และจะมีแนวทางอย่างไร
