Official Update :

3 หุ้นธนาคารสุดแข็งแกร่ง ในช่วง SET ผันผวน

หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวดี และได้รับผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่คงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) สหรัฐฯ รุ่นอายุ 10 ปีที่เร่งตัวขึ้นจนทำสถิติใหม่ในรอบ 16 ปีอีกด้วย ดังนั้นท่ามกลางปัจจัยบวกดังกล่าว จะทำให้หุ้นในกลุ่มธนาคารน่าสนใจแค่ไหน Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว


มุมมองนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยระดับสูง ทําให้ตลาดเพิ่มโอกาสมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% อีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond yield 10 ปีสหรัฐฯ เร่งตัวทําสถิติใหม่ในรอบ 16 ปีที่ 4.84% กดดัน Sentiment ตลาดหุ้นโลก


โดยมองว่ากลุ่มธนาคารอย่าง BBL KTB TTB เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ย Stay high for longer และราคาหุ้นแข็งแกร่งในช่วง SET ผันผวน


ขณะเดียวกัน Valuation ของหุ้นทั้ง 3 ตัวยังไม่แพง โดย P/E ปี 2566 ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ก่อนเกิดโควิดและกําไรฟื้นตัวได้ดี นอกจากนี้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เร่งตัว โดยเฉพาะ BBL ที่มีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อในต่างประเทศมากกว่าธนาคารอื่น ทําให้ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้นมากที่สุด


รวมถึงยังมีเบาะรองรับจากอัตราปันผลต่อปีที่อยู่ในระดับสูง โดย BBL ปี 2567 คาดให้ผลตอบแทน 4.5%, KTB ปี 2567 คาดให้ผลตอบแทน 4.8% และ TTB ปี 2567 คาดให้ผลตอบแทน 6.8%


สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานของ BBL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 3/66 จะเติบโตแข็งแกร่ง 40.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะลดลง 4.9% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น จาก NIM ที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองหนี้ฯ ลดลง


โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า NIM ของ BBL จะสูงขึ้นอีกในไตรมาส 4/66 เพราะปรับดอกเบี้ยขึ้นหลังจากที่กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2.50%  ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2566 จะอยู่ที่ 4.07 หมื่นล้านบาท โต 39.1% จากปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 203 บาท


ส่วน KTB นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 จะอยู่ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท เติบโต 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะการเพิ่มขึ้นของ NIM จาก yield on loan ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น กลบการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ


รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวม ด้านสินเชื่อลดลง 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นเติบโต 0.2% จากช่วงต้นปี โดยการเพิ่มขึ้นจากต้นปี 2566 มาจากสินเชื่อภาคธุรกิจด้านคุณภาพสินทรัพย์


ขณะที่ NPL Ratio อยู่ที่ 3.20% เพิ่มจาก 3.11% ในไตรมาส 2/66 ภาพรวมมองว่า KTB เป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและมีคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง รวมถึงมีโอกาสสร้างรายได้จากการพัฒนา Application ดังนั้นยังคงเลือกเป็น Top Pick คู่กับBBL แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท


ปิดท้ายที่ TTB นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 จะอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท เติบโต 17.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 4.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดปี 2566 กำไรจะเติบโตดี 21% มาอยู่ที่ 1.71 หมื่นล้านบาท จากการขยายตัวของ NIM และการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่ลดลง


ทั้งนี้มองว่าการเติบโตของกำไรในปี 2567-2568 จะแผ่วลง คาดโตราว 9% และ 4% ตามลำดับ จากแนวโน้ม NIM ที่ขยายตัวน้อยลง อย่างไรก็ตาม แม้กำไรในปีนี้จะเติบโตดี แต่น่าจะมี upside จำกัด จึงแนะนำ ถือ เพื่อรับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าดึงดูดระดับ 5.2-5.9% ในปี 2566-2568


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us