Official Update :

เจาะโค้งสุดท้าย 7 หุ้น “ธนาคาร” กำไรยังเติบโตได้ดีแค่ไหน ?

หุ้นกลุ่มธนาคารประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/66 ออกมาครบแล้ว ซึ่งมีทั้งธนาคารที่ทำกำไรได้ดีกว่าคาดและต่ำกว่าคาด ทำให้ช่วงที่เหลือของปีอย่างไตรมาส 4/66 จึงถูกจับตามองว่าจะมีทิศทางการเติบโตเป็นอย่างไร เพราะเป็นช่วงที่ธนาคารมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง


ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมมุมมองนักวิเคราะห์ที่มีต่อแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือและคาดการณ์กำไรปี 66 ของหุ้นธนาคารทั้ง 7 ตัวอย่าง KBANK, SCB, BBL, KTB, BAY, KKP และ TISCO มาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรปี 2566 ของหุ้นกลุ่มธนาคารยังเติบโตได้ 16% จากปีก่อน เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะช่วยให้ส่วนต่างของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวเพิ่มขึ้น


ด้านแนวโน้ม NPL จะไม่ปรับตัวเร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นรูปแบบค่อยๆ ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะหลายธนาคารมีการขายหนี้เสียออกไปค่อนข้างเยอะ ทำให้คาดว่า NPL ในปี 2566 จะทยอยเร่งตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.08% จากปีก่อนที่ 2.89%


สำหรับแนวโน้มการเติบโตของหุ้น KBANK นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 ชะลอตัวจากไตรมาส 3/66 จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม แต่โตเด่นจากไตรมาส 4/65 จากฐานที่ต่ำ และคาดมีอานิสงส์บวกจาก NIM ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อีกครั้งในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ทำคาดว่าทั้งปี 2566 จะมีกำไรสุทธิ 42,278 ล้านบาท โต 18.2% จากปีก่อน โดยราคาหุ้นยังมี Upside 25.6% หลังปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 67 ที่ 162 บาท และคาดให้ Div. Yield จากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 66 อีก 2.7% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ


ถัดมา SCB นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 4/66 ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล แต่โต 28.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ขยายตัวได้ดีจากพอร์ตสินเชื่อในกลุ่ม Consumer Finance และสินเชื่อบริษัท รวมถึง NIM ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน


โดยคาดว่าทั้งปี 66 จะมีกำไรสุทธิ 41,706 ล้านบาท โต 11.1% จากปีก่อน ปัจจุบันราคาหุ้นมี Upside 28.3% หลังปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 67 ที่ 128 บาท และคาดให้ Div. Yield ในครึ่งหลังปี 66 อีก 3.7% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ


BBL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 4/66 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้รวมทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่จะลดลงไตรมาสก่อนหน้า เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล


โดยเรายังคงประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 66 ที่ 44,914 ล้านบาท โต 53% จากปีก่อน โดยเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 220 บาท รวมถึงคง BBL เป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคาร


KTB นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 4/66 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่คาดกำไรจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะ OPEX ที่เพิ่มขึ้น


โดยเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ที่ 40,198 ล้านบาท โต 19% จากปีก่อน และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 25 บาท ภาพรวมมอง KTB เป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและมีคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง รวมถึงมีโอกาสสร้างรายได้จากการพัฒนา Application ดังนั้นจึงเป็น Top Pick คู่กับ BBL


BAY นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 4/66 จะอยู่ในระดับทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก NIM ที่ดีขึ้น


ส่งผลให้คาดว่ากำไรสุทธิในปี 66 จะอยู่ที่ 33,256 ล้านบาท โต 8% จากปีก่อน และขยายตัวสู่ระดับ 37,453 ล้านบาท โต 13% โดยเกิดจาก credit cost ที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจในต่างประเทศ ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ OUTPERFORM และราคาเป้าหมายที่ 38 บาท


KKP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 4/66 จะถูกกดดันจากผลขาดทุนรถยึดและการตั้งสำรองของสินเชื่อเช่าซื้อที่เร่งปล่อยไปมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การปล่อยสินเชื่อใหม่เริ่มชะลอตัวลงจากการแข่งขันในตลาดเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่รุนแรงขึ้น


โดยเราปรับลดประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 66 ลงเฉลี่ยปีละ 19.7% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ดังนั้นในปีนี้จึงคาดว่า KKP จะมีกำไรสุทธิ 6,046 ล้านบาท ลดลง 27.2% จากปีก่อน


ทั้งนี้แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะมี Upside ราว 22.3% จากมูลค่าพื้นฐานปี 67 ที่ 63 บาท แต่เราปรับลดคำแนะนำลงเหลือเพียง เก็งกำไร จนกว่าจะเห็นสัญญาณเชิงบวกของคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรงขึ้น


สุดท้าย TISCO นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ที่ 7,392 ล้านบาท โต 2.35% จากปีก่อน โดยไตรมาส 4/66 คาดกำไรยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67-68 ลดลง 2% และ 6% ตามลำดับ


ทั้งนี้เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญสะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่มีแนวโน้มอ่อนลง ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้นยังไม่น่าดึงดูดมากนัก จึงคงแนะนำ ถือ เพราะคาดการณ์ถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลระดับสูงที่ 7.9%, 8.1% และ 8.3% สำหรับปี 66-68 แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงเป็น 106 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us