Official Update :

ลุ้นแรงซื้อดักงบ ดัน SET ยืนเหนือ 1,400 จุด แนะ 15 หุ้นเด่น ผลงานไตรมาส 3/66 โต

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้จะฟื้นตัวแนวต้านที่ 1,400 / 1,410 จุด ก่อนสลับอ่อนตัว โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นรวมถึงแรงซื้อดักงบไตรมาส 3/66 อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงจากคาดการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะไม่กระทบด้าน Supply อีกทั้งการชะลอการซื้อขายเพื่อติดตามการประชุม FOMC (คาดคงดอกเบี้ย 5.25-5.50% ) และจับสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Selvectie buy ในหุ้นรับอานิสงส์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ PTTGC IVL SCGP SCC DOHOME GLOBAL, หุ้นรับอานิสงส์ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง GPSC BGRIM GULF TASCO  และหุ้นกลุ่มงบไตรมาส 3/66 เติบโต BDMS BH BCH CHG BTS BEM SAPPE ICHI OSP CBG AMATA TOP SPRC CENTEL AOT


ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ ADVANC (ปิด 219 ซื้อ/เป้า 262 บาท) แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ดีเกินคาดโดยมีกำไรสุทธิ 8.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้าและ 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 11% (ตัดรายการพิเศษออกยังสูงกว่าเราคาดไว้ 5%) หนุนจากยอดขาย iPhone 15 และมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายจำพวกค่าเสื่อมราคาลดลง


BCH (ปิด 20 ซื้อ/เป้า 23 บาท) คาดว่ากำไรสุทธิของ BCH จะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3/66 จากแรงส่งของโรคระบาดที่มากขึ้นรวมถึงมีกลุ่มผู้ป่วยจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิประมาณ 425 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกัน


ประเด็นสำคัญวันนี้ ดาวโจนส์บวกแรงขณะที่ราคาน้ำมันดิบร่วงหนักคาดเหตุสู้รบในอิสราเอลยังไม่กระทบอุปทานน้ำมัน โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งแรงกว่า 511 จุด (+1.58%) ปิดที่ 32,928.96 จุด ตอบรับผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนซึ่งปัจจุบันประกาศงบแล้วจำนวน 251 แห่งมี 78% ผลประกอบการที่กว่าที่ตลาดคาด ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วง 3.23 ดอลลาร์ (+3.78%) ปิดที่ 82.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ประเมินเหตุสู้รบในอิสราเอลจะยังไม่กระทบอุปทานน้ำมันดิบในระยะนี้


ขณะเดียวกันวันนี้ติดตาม BoJ Meeting, ดัชนี PMI จีน และแบงก์ชาติรายงานภาวะศก.เดือน ก.ย. เบื้องต้น Consensus คาด BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.10% ตามเดิม, ส่วนจีนลุ้นดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย.ยืนเหนือระดับ 50 เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันส่งผลบวกต่อกลุ่ม China play อาทิ วัสดุก่อสร้าง, ปิโตรฯและปิดท้ายที่รายงานภาวะ ศก.ไทยเดือนก.ย.จากแบงก์ชาติโฟกัสหลักอยู่ที่ดุลบัญชีเดินสะพัดหากเป็นบวกมากขึ้น บ่งชี้ ฟันด์โฟลว์เริ่มไหลเข้า


กลางสัปดาห์ติดตาม FED Meeting คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.5% ตามเดิม สะท้อนจาก FED Watch tool นักลงทุนให้น้ำหนัก 95% คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.2-5.5% โดยมีเพียง 3% เท่านั้นที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเป็น 5.5-5.75% อย่างไรก็ตามต้องติดตามถ้อยแถลงของ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดจะส่งสัญญาณการดำเนินโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้าอย่างไร