NAM มั่นใจรายได้ปี 66 เติบโต เผยจับมือ 3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ หวังต่อยอดนวัตกรรมในอนาคต

NAM เปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ 7.40 บาท ลดลง 3.9% จากราคาไอพีโอที่ 7.70 บาท ผู้บริหารพอใจราคา ย้ำพื้นฐานบริษัทแข็งแกร่ง พร้อมต่อยอดสร้างนวัตกรรมร่วมกับกลุ่มพันธมิตร เตรียมนำเงินระดมทุนขยายโรงงาน-พัฒนาศูนย์วิจัย มั่นใจรายได้ปี 66 โต 2 ดิจิต หรือไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ระดับ 1,110.69 ล้านบาท


นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM เปิดเผยว่า พอใจกับราคาเปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้ราคาหุ้นจะอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาจองซื้อที่ 7.70 บาท แต่บริษัทพร้อมที่สร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทั้ง บจ.อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง ในกลุ่ม PTT, บจ. อินโน สเปราท์ โฮลดิ้งในกลุ่มพฤกษา และ บจ. ดับบลิวเอชเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ในกลุ่ม WHA ต่อเนื่องในอนาคต


เราดำเนินธุรกิจมา 53 ปี มีการเติบโตอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง จึงอยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นและมั่นใจในพื้นฐานของบริษัท นอกจากนี้เรายังมีพันธมิตรที่จะเข้ามาเป็นส่วนช่วยสนับสนุนและสร้างโอกาสในอนาคต มองการลงทุนไม่ใช่ระยะสั้น แต่เป็นการพัฒนาเพื่อต่อยอดในระยะยาว


สำหรับการเข้ามาถือหุ้นของพันธมิตรในนี้ ถือเป็นการเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Strategic Partner) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย PTT กับบริษัทมีความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมใหม่และสินค้าเพื่อตอบโจทย์ทางการแพทย์อยู่แล้ว


ขณะที่กลุ่มพฤกษาก็กำลังขยายธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนุนการพัฒนาด้านสาธารณสุข ส่วน WHA ก็มีความโดดเด่นเรื่องนวัตกรรม น่าจะมีความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และอาจต่อยอดไปยังกลุ่มอื่นๆ ได้


ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นใน NAM ที่ 15% ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความร่วมมือกันต่อเนื่อง


อีกทั้ง PTT ยังมีการลงทุนบริษัทยาในต่างประเทศ ดังนั้นการพา NAM ไปยังตลาดโลกหรือการพัฒนานวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ส่วนจะมีการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในอนาคตหรือไม่นั้น ต้องรอดูความร่วมมือ โอกาส และจังหวะอีกครั้ง


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเข้าถือหุ้น NAM ที่สัดส่วน 4.2% แม้อยากได้สัดส่วนมากกว่านี้แต่เข้าใจว่ายังมีพันธมิตรทั้ง PTT กลุ่มพฤกษา และผู้บริหารที่ต้องการเก็บหุ้นไว้ รวมถึงการกระจายหุ้นให้กับประชาชนด้วย ดังนั้นจึงมองว่าสัดส่วนปัจจุบันเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ส่วนความร่วมมือในอนาคต อาจเป็นลักษณะของการนำงานวิจัยจากมหาลัยมาผลิตและจำหน่ายออกสู่ตลาด 


ด้านนายแพทย์พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มพฤกษามีโรงพยาบาลที่เปิดดำเนินการอยู่ และจะมีการขยายธุรกิจมากขึ้นในอนาคต จึงเล็งเห็นว่า NAM ซึ่งมีการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ซึ่งมีสิทธิบัตรในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จะสามารถนำมาใช้ในการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลได้


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 800 ล้านบาท นายวิโรจน์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งจะใช้ขยายโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทั้งในส่วนเครื่องมือทางการแพทย์และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ รองรับความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสามารถรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทจะร่วมพัฒนากับพันธมิตรในอนาคต รวมถึงมีแผนลงทุนพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการเพื่อให้สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลในทุกระดับ และสามารถส่งต่อมาตรฐานด้านความสะอาดที่เท่าเทียบกัน


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะเพิ่มอัตรากำลังคนในส่วนของนักวิจัยและพัฒนา, วิศวกรและนักเคมี รวมถึงการเพิ่มหรือขยายพื้นที่ การเพิ่มอุปกรณ์ เครื่องมือและเครื่องจักร ไปจนถึงการเพิ่มเติมทางด้านซอฟต์แวร์ที่ต้องมีการเพิ่มเติมโปรแกรมทางด้านเขียนแบบ ออกแบบ วิเคราะห์แบบ เพื่อให้สะดวกและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 2/67 – 3/67 


ในส่วนของทิศทางการเติบโตปี 2566 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตในระดับ 2 ดิจิต หรือไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 1,110.69 ล้านบาท ขณะเดียวกันแนวโน้มในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตเหมือนในอดีตที่มีผ่านมา ซึ่งปี 2563-2566 บริษัทมีรายได้เติบโตในระดับ 2 ดิจิต


ทั้งนี้บริษัทมีแผนสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องด้วยปัจจุบันมีความต้องการมาตรฐานทางการแพทย์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ (Decontamination Disinfection and Sterilization) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ต้องนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างปลอดภัยนอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนกลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการแพทย์ การทำความสะอาด การทำให้ปลอดเชื้อและการทำให้ปราศจากเชื้อ และ/หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการขยายกิจการในต่างประเทศเพื่อสร้างรากฐานรองรับการเติบโต และเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยสู่ระดับโลกในอนาคต

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“เงินสำรองฉุกเฉิน” นั้นสำคัญไฉน?
เมื่อ อีก 6 ชั่วโมง
Follow Us