ผู้บริหาร EA ปัดข่าวลือโดนทุบหุ้น ยืนยันไตรมาส 3 มียอดส่งมอบรถอีวี กระแสเงินสดบริษัทเป็นบวก
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือในวงการตลาดหุ้นหลายประเด็นเกี่ยวกับบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไตรมาส 3 ไม่มียอดส่งมอบรถอีวีเชิงพาณิชย์
ประกอบกับเรื่องกระแสเงินสดในมือขาด รวมไปถึงดีลการเจรจาร่วมทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่กับพันธมิตรจากจีนล่าช้าโดยประเด็นดังกล่าวมีผลกระทบต่อราคาหุ้นของ EA ไม่น้อยในช่วงที่ผ่าน
อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA ซึ่งได้เฉลยทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เป็นปัจจัยลบอยู่ตอนนี้
โดย คุณอมร เล่าว่า ประเด็นเรื่องที่บริษัทไม่มียอดการส่งมอบรถอีวีเชิงพาณิชย์นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และถือว่าเป็นข้อมูลที่ผิด ซึ่งจริงๆแล้วบริษัทได้มีการส่งมอบรถอีวีในส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่เฉพาะรถเมล์ EV แต่เพียงอย่างเดียว โดยในไตรมาส 3/66 ได้มีการส่งมอบรถอีวีเชิงพาณิชย์ไปกว่า 200 คัน
ส่วนเรื่องประเด็นของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ขาดทุนนั้น ณ ขณะนี้บริษัทมีกระแสเงินสดในมือกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงยังมีวงเงินจากเงินกู้แบงก์อีก
แต่ที่มีกระแสข่าวเข้าใจว่ากระแสเงินสดของบริษัทขาดทุนนั้น น่าจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งคุณอมร อธิบายว่าแท้จริงแล้ว แค่เป็นผลจากการล่าช้าบางส่วน ที่เกิดจากการสั่งซื้อสต็อกสินค้าในการเร่งดำเนินธุรกิจผลิตรถยนต์อีวีแบบเต็มรูปแบบในปีนี้
กลุ่มบริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งสินค้าล่วงหน้าเพื่อให้เพียงพอรองรับต่อการผลิตและการส่งมอบ จึงทำให้กระแสเงินสดอาจจะไปค้างอยู่ในสต็อกสินค้า หรือว่าลูกหนี้
แต่อย่างไรก็ตามคุณอมรมั่นใจว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 3/66 จะกลับมาเป็นบวกได้อย่างแน่นอน
ขณะที่ประเด็นเรื่องของการเจรจากับพันธมิตรจากจีนเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาสรุป และคาดว่าจะดำเนินการเซ็นสัญญากันได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเร่งก่อสร้างโรงงานในปี 67
เมื่อถามถึงกรณีที่ราคาหุ้นของ EA ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดที่ระดับ 99 บาทต่อหุ้น ลดลงมาสู่ระดับ 41.75 บาท (วันนี้) คุณอมร บอกว่าในด้านของการบริหารงานไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ราคาหุ้นอาจจะวิ่งไม่เร็วทันตามใจนักลงทุน และนโยบายกระตุ้นรถยนต์ EV ของไทยล่าช้า เพราะขาดตอนจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดใหม่ แต่เชื่อว่าจากนี้ไป Momentum ของนโยบายในอุตสาหกรรมนี้จะเริ่มกลับมาดีขึ้น หลังจากคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติจะเริ่มมีการประชุมของคณะกรรมการชุดใหม่
