Official Update :

คัด 5 หุ้นอาหาร-เครื่องดื่ม รับผลบวก ! เมื่อน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม

ก่อนหน้านี้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาหน้าโรงงานประมาณกิโลกรัมละ 4 บาท นับเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการ


แต่ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เพิ่มน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุมตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในการผลิต ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีมุมมองนักวิเคราะห์และ 5 หุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับผลบวกจากปัจจัยดังกล่าวมาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า น้ำตาลคือหนึ่งในสารตั้งต้นของสินค้าบริโภคทั้งหลาย ตอนนี้ได้กลับมาเป็นสินค้าควบคุมเพื่อควบคุมสินค้าไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนนั้น  


สำหรับหุ้นที่ได้รับผลบวกจากประเด็นนี้เรียงจากมากไปน้อยตามการใช้น้ำตาลมีดังนี้ CBG มีต้นทุนน้ำตาลที่ 13% ของ domestic branded own, OSP มีต้นทุนน้ำตาลที่ 6%, SAPPE มีต้นทุนน้ำตาลที่ 5%, SNNP มีต้นทุนน้ำตาลที่ 2% และ PLUS มีต้นทุนน้ำตาลที่ 1%


ทั้งนี้ยังให้น้ำหนักกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นมากกว่าตลาด พร้อมเลือก SAPPE และ CBG เป็น top pick โดย SAPPE แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 120 บาท และ CBG ซื้อ ราคาเป้าหมาย 109 บาท


ส่วนแนวโน้มการเติบโตของ SAPPE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 จะชะลอตัวจากไตรมาส 3/66 จากการเข้าสู่ช่วง Low season แต่คาดชะลอตัวลงในสัดส่วนที่น้อยกว่าปกติ และเติบโตเด่นไตรมาส 4/65


ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากการออกสินค้าใหม่ราว 5 SKU สำหรับการขายในประเทศช่วยหนุนรายได้ ประกอบกับช่องทางการจัดจำหน่ายและดีมานด์ที่สูงขึ้น โดยยังคงประมาณการกำไรปี 66 ที่ 1,105 ล้านบาท โต 66.1% จากปีก่อน และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 110 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside gain 29% จึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก เก็งกำไร เป็น ซื้อ


ถัดมา CBG นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 อาจทำระดับสูงสุดของปีจากแนวโน้มยอดขายต่างประเทศที่คาดจะฟื้นตัว หลังผ่านพ้นช่วง Low Season


อีกทั้งบริษัทจะรับรู้รายได้การรับจ้างจัดจำหน่าย (Distribution) และบรรจุภัณฑ์ให้กับธุรกิจเบียร์มากขึ้น หลังจากสินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในเดือนต.ค. คาดปี 2566 กำไร 1,797 ล้านบาท ลดลง 21.39% จากปีก่อน


แต่ปี 2567 เบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรปกติที่ 2,516 ล้านบาท โต 40% แต่จากภาวะของตลาดในปัจจุบัน ทำให้ปรับลด Terminal Growth เพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่ถูกปรับลงเป็น 78 บาท คงคำแนะนำ เก็งกำไร


ต่อกันที่ OSP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คาดกำไรไตรมาส 4/66 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/65 และไตรมาส 3/66 จากแนวโน้ม GPM เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และทิศทางยอดขายยังเติบโตในช่วงสิ้นปี


แต่มองว่าในภาพของสัดส่วน SG&A/sales ทั้งปี 2566-2567 จะอยู่ที่ราว 25.5% และ 25.0% สูงกว่าสมมติฐานเดิมที่ 22.5% และ 22.2% ตามลำดับ


ดังนั้น จึงมีปรับประมาณการกำไรปกติปี 2566-2567 ลงมาอยู่ที่ 2,463 ล้านบาท โต 29% และ 2,835 ล้านบาท โต 13% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามมองว่าราคาตลาดที่ลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับ market share ที่ลดลงมากเกินไป


ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/66 จนถึงปีหน้ายังมีการเติบโตต่อเนื่องจากความพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง คาดช่วยให้ GPM ฟื้นตัวดีขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 31 บาท


SNNP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 ยังเติบโต double digit ทั้งจากไตรมาส 4/65 และไตรมาส 3/66 ได้ แต่ไม่เด่นเหมือนช่วงครึ่งปีแรก จากโรงงานในเวียดนามเปิดครบ และการเปิดตัว 4 สินค้าใหม่ในไทย รวมถึงอัตรากำไรเพิ่มขึ้น


โดยรวมปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 21.3 บาท ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับลงแรง ตอบรับแนวโน้มงบไม่เด่น และหุ้นซื้อขาย PER ปี 2567 เหลือ 23.7 เท่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ภายใต้ธุรกิจที่เป็นแบรนด์แกร่งเปิดตลาดต่างประเทศได้ดี


ปิดท้ายที่ PLUS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากการเข้าสู่ช่วง Low season แต่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มรับรู้รายได้จากการส่งออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม PET Aseptic (MABU Coco)


ประกอบกับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการนำสินค้าไปจัดแสดงในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 7.70 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 2566-2567 ที่ 21.8 และ 17.6 เท่า ตามลำดับ และมี Upside 18.5% จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us