จับตา! วันนี้ “เศรษฐา” แถลง “แจกเงินดิจิทัล” โบรกฯ ชี้ตัดสิทธิคนรวย รายได้เกิน 2.5 หมื่นบาท จะดีต่อ SET หนุน GDP โต 4.3%
ในช่วงบ่ายของวันนี้ 10 พ.ย.66 จะมีการแถลงความชัดเจนโครงการ Digital Wallet ซึ่งนักวิเคราะห์มองโครงการ Digital Wallet มีทางเลือก 3 ทาง โดยกระทบทั้งเชิงลบและเชิงบวกต่อตลาดทุน คือ 1.ให้เฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.ใช้งบ 4.3 แสนล้านบาท ตัดสิทธิผู้ที่มีรายได้เกิน 25,000 บาท/เดือน 3.ใช้งบ 4.9 แสนล้านบาท ตัดสิทธิผู้ที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท/เดือน ซึ่งแนวทาง 2 หรือ 3 จะเป็นบวกต่อ SET INDEX
โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า นายกฯเศรษฐาแถลงผลงานครบ 60 วัน ประกอบไปด้วย มาตรการเร่งด่วนลดราคาพลังงานและแก้หนี้นอกระบบ, ลั่นดิจิทัลวอลเล็ต 10 พ.ย., เคลียร์ชี้วีซ่าฟรีหนุนท่องเที่ยว, สานต่อรถไฟความเร็วสูง, เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ, ยันพัฒนา กอ.รมน. ไม่ยุบ และรับเวลานอนเวลาทำงานไม่พอชี้ปากท้องเรื่องใหญ่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ ติดตามการแถลงความชัดเจนโครงการ Digital Wallet ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยนายกฯจะเป็นผู้แถลงเองแบบ full package เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาที่ไปของเงินใครได้รับบ้างสินค้าประเภทใดได้บ้างระยะทางที่กำหนดไว้ตามบัตรประชาชนกี่กิโลเมตรหรือเป็นอำเภอหรือเป็นตำบล
ถ้ามีความชัดเจนเกิดขึ้นโดยเฉพาะงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้ตลาดประเมินผลกระทบได้ชัดเจนทั้งในแง่ของ GDP Growth และภาระของงบประมาณโดยเราประเมินผลกระทบไว้ 3 กรณี คือ 1.ให้เฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่น) ใช้งบ 1.5 แสนล้านบาท จะทำให้ GDP ปี 2567 จะโตเหลือ 2.7% จาก 4.9% และหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 61.2% ต่อ GDP
ส่วนที่ 2.ใช้งบ 4.3 แสนล้านบาท ตัดสิทธิผู้ที่มีรายได้เกิน 25,000 บาท/เดือน จะทำให้ GDP โต 4.3% และหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 62.7% ต่อ GDP และ 3.ใช้งบ 4.9 แสนล้านบาท ตัดสิทธิผู้ที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท/เดือน จะทำให้ GDP โต 4.6% และหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 63.0% ต่อ GDP
ถ้าออกมาเป็นกรณีที่ 1.จะเป็นลบต่อ SET INDEX ถ้ากรณีที่ 2 หรือ 3 จะเป็นบวกต่อ SET INDEX เพราะ GDP จะโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 2.7% และคาดการณ์ของ IMF ที่ 3.6% ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์จะเป็นอาหารเครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าเกษตร, ค้าปลีก และไฟแนนซ์
ฟากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้ความคิดเห็นไว้ว่า วันนี้ (10 พ.ย.) เวลา 14:00 น. ติดตามการแถลงนโยบาย Digital Wallet โดยนายกมองโครงสร้างหลักๆ คาดจะชัดเจนขึ้นจากโครงสร้างนโยบาย ภายใต้กระแสข่าวที่มีก่อนหน้า
ประกอบไปด้วย 1) คาดจะจำกัดจำนวนผู้รับสิทธิ์ โดยปัจจุบันเหลือ 3 ทางเลือกระหว่าง 16-49 ล้านคน ใช้งบ 1.6-4.9 แสนล้านบาท 2) แหล่งที่มาของเงิน จะเป็นการใช้งบประมาณประจำปีใน 4 ปีข้างหน้า กำหนดเป็นงบผูกพันปีละแสนล้านบาท 3) ระบบที่จะใช้ ไม่ว่าจะต่อยอดระบบเดิม “เป๋าตัง” หรือขึ้นระบใหม่ จะต้องมีการพัฒนา Blockchain เข้ามา และ 4) รูปแบบสินค้า บริการ ที่จะสามารถใช้บริการได้
ทั้งนี้ เบื้องต้นบนแนวทางใช้งบน้อยลง ประสิทธิภาพไม่แตกต่างมีนัยฯ จะช่วยผ่อนคลายความเสี่ยงการก่อหนี้ที่ตลาดกังวลช่วงก่อนหน้า มองบวกกลุ่มได้ประโยชน์ ค้าปลีก เน้น CPAXT, DOHOME, GLOBAL ดิจิตอล ADVANC, BE8
