Official Update :

JKN แจ้งงบ 9 เดือน กำไรสุทธิลดลง 23% เผยธุรกิจการขายและมิสยูนิเวิร์สมีผลขาดทุน ล่าสุดกรรมการบริษัทลาออก 5 คนรวด

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท ลดลง 23.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นแม้ว่าด้านรายได้มีการเติบโตขึ้นเกือบทุกด้าน


ส่วนต้นทุนบริการของธุรกิจการขายและให้บริการจัดการสิทธิ์ของมิสยูนิเวิร์สมีผลขาดทุนเนื่องจากเป็นการจัดงานครั้งแรก และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน


ทั้งนี้จากเหตุผลที่กล่าวจึงส่งผลให้อัตราอัตรากำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 ปรับตัวลดลงเป็น 4.89% จาก 9.38% ในปี 2565 และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 22.59% จาก 19.43% ในปี 2565


อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในส่วนการขายและให้บริการจัดการสิทธิ์ของมิสยูนิเวิร์ส บริษัทได้มีการทำสัญญากับคู่สัญญาในธุรกิจหลากหลายด้านที่เกี่ยวเนื่องกับ MUO ณ 30 กันยายน 2566 โดยบริษัทได้มีการทยอยรับเงินตามงวดในสัญญาไว้แล้ว


ทั้งนี้ บริษัทได้บันทึกการรับเงินตามงวดรายการของสัญญาเหล่านั้นภายใต้หัวข้อ “รายได้รอตัดบัญชี” (ตามรายงานผู้สอบบัญชี) จำนวน 251 ล้านบาท โดยจำนวนดังกล่าวจะมีการรับรู้เป็นรายได้ภายในไตรมาส 4/66


สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมเท่ากับ 2,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 742 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 45.88%


ทั้งนี้รายได้ของบริษัทและบริษัทย่อยในแต่ละธุรกิจสำหรับงวด 9 เดือนปี 66 มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรายได้ประเภท เดียวกันจากปีก่อนดังนี้โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกธุรกิจของบริษัทยกเว้นธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์


โดยรายได้อื่น รายได้ค่า สิทธิ์จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการ เพิ่มขึ้นเท่ากับ 38.42% รายได้จากการให้บริการจากธุรกิจ บริการโฆษณา เพิ่มขึ้นเท่ากับ 2.57%


รายได้จากการขายจากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดลงท่ากับ 24.12% และในขณะที่รายได้จากการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ขององค์กรนางงามจักรวาลเพิ่มขึ้นเท่ากับ 100 % และรายได้อื่นลดลงเท่ากับ 45.60%


[กรรมการบริษัทลาออก]

ขอแจ้งว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์ขอ ลาออกจากตําแหน่งกรรมการ และกรรมการชุดย่อยของบริษัทจากกรรมการทั้งสิ้น 5 ท่าน โดยมีรายชื่อกรรมการที่ลาออก ดังต่อไปนี้

  1. พลเรือเอกอภิชาติ เพ็งศรีทอง ลาออกจากตําแหน่งกรรมการอิสระ และประธานกรรมการ เนื่องจาก ปัญหาด้านสุขภาพ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  2. นางสาวอนงค์ พานิชเจริญนาน ลาออกจากตําแหน่งกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ เนื่องจาก ติดภารกิจส่วนตัว มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  3. นายสุรชัย ชมภูไพสร ลาออกจากตําแหน่งกรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหาร ความเสี่ยงและประธานกรรมการสรรหาและกําหนดค่าตอบแทน เนื่องจาก ติดภารกิจส่วนตัว มีผลตั้งแต่ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  4. นายยุทธพงศ์ มา ลาออกจากตําแหน่งกรรมการ เนื่องจาก ทิศทางและกลยุทธ์การแก้ไขปัญหาสภาพ คล่องและความไม่แน่นอนของการทําธุรกิจในอนาคตของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  5. นายเอกภิสิทธ์ สุทธิกุลพานิช ลาออกจากตําแหน่งกรรมการ เนื่องจาก ทิศทางและกลยุทธ์การแก้ไข ปัญหาสภาพคล่องและความไม่แน่นอนของการทําธุรกิจในอนาคตของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป


ในการนี้ บริษัทจึงมีความจําเป็นที่จะต้องแต่งตั้งกรรมการเข้ามาเพื่อปฏิบัติงานแทนกรรมการที่ลาออกเพื่อให้ สามารถดําเนินการกิจการของบริษัทได้ต่อไป


ทั้งนี้ การลาออกของกรรมการจํานวนทั้ง 5 ท่านดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจ และนโยบายการดําเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ


โดยบัดนี้ บริษัทได้ดําเนินการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 11/2566 ได้มีมติแต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่แทนที่กรรมการเดิมที่ลาออก ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

  1. แต่งตั้งนางสาวรับพร พรหมวงศานนท์ เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการแทน นายยุทธพงศ์ มา โดยดํารง ตําแหน่งกรรมการอิสระ ประธานกรรมการ และกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  2. แต่งตั้งนายสุนทรสิงห์ วิทยปิยานนท์ เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการแทน นายสุรชัย ชมภูไพสร โดยดํารง ตําแหน่งกรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

  3. แต่งตั้งนายสรรดิลก จันทร เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการแทน นายเอกภิสิทธ์ สุทธิกุลพานิช โดยดํารง ตําแหน่งกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566เป็นต้นไป