Official Update :

จัดอันดับ 8 หุ้น ผลงานเด่น กำไรสุทธิ 9 เดือน มากสุดในตลาดหุ้นไทย

ก็ผ่านสุดมาแล้วกับช่วงการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/66 ซึ่งหลายบริษัทก็สามารถปรับตัวกลับมาดีขึ้นหรือบางบริษัทก็อาจจะแย่ลงกว่า


แต่อย่างไรก็ดี หากสังเกตที่ผลการดำเงินช่วง 9 เดือนแรกปี 66 ยังมีบริษัทที่โลดแล่นได้ ซึ่งทาง Wealthy Thai ก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 8 อันดับแรก มาแบ่งปันกัน


โดยเริ่มกันที่บริษัทที่มีศักยภาพในการทำกำไรสุทธิมากสุดเป็นอันดับหนึ่งของตลาด ก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ที่สามารถโกยกำไรสุทธิไปกว่า  79,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียว 9.3% และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 4.6% เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ลดลงและมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น


รองลงมาเป็นบริษัทของปตท. ก็คือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ที่ฟันกำไรสุทธิไปถึง  58,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 5.6% และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 25.5% โดยสาเหตุหลักของการเติบโตของกำไรนั้น บริษัทมีผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก


ต่อมาที่อันดับ 3 ของตลาดนั้น จะเป็น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่ในช่วง 9 เดือนแรกปี 66 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 33,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 1.3% หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 15.4% โดยเป็นการเติบโตภายใต้แรงกดดันของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) กว่า 3.82 หมื่นล้านบาท


ถัดมาเป็นอีกหนึ่งธนาคารขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างกำไรสุทธิได้อย่างดี ก็คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันถึง 50.8% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.6% โดยปัจจัยที่เป็นตัวเร่งการเติบโตของกำไรมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องไปกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย


นอกจากนี้ ยังมีธนาคารขนาดใหญ่อีกหนึ่งบริษัทอย่าง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ก็ติดอันดับบริษัทที่ทำกำไรสุทธิสูงสุดหรือติดอันดับ 5 ที่สามารถทำกำไรสุทธิไปได้กว่า 32,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 7.0% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.0% โดยสาเหตุของการเติบโตเป็นไปตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น


อันดับต่อมา ก็ยังคงอยู่กับอุตสาหกรรมธนาคารแต่เป็นธนาคารขนาดกลางหรือเป็น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่  30,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 19.2% และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 24.1% ซึ่งเป็นการเติบโตตามรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง


ถัดมาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ขวัญใจของนักลงทุนสายปันผลหลายๆคนอย่าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 27.0% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.4% โดยได้รับกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566


และสุดท้ายบริษัทที่เราหยิบขึ้นมาในวันนี้ก็คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ที่สามารถทำกำไรสุทธิไปกว่า 25,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 8.0% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 20.1% โดยมีปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน


Most Viewed
Stock of the Day
TACC ทุ่ม 45 ลบ. ถือหุ้น 30% ลุยแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” จ่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 4/69 แย้มแผนดันเข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา 4 หุ้นค้าปลีกไอที รับธีมเปิดตัว iPhone 18 โบรกฯ แนะเก็งกำไรก่อน 3 สัปดาห์ SPVI เด่นสุด ให้ผลตอบแทน 9.7%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลุ้นครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น รับไฮซีซั่น-ปัญหาวัตถุดิบคลี่คลาย โบรกฯ ชู DELTA ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update