Official Update :

จัดอันดับ 10 บริษัท ขาดทุนมากสุดในช่วง 9 เดือนปี 2566

ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้นำเสนอหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มีกำไรสุทธิมากที่สุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ไปแล้ว วันนี้จึงเป็นคิวของ 10 หุ้นที่ขาดทุนสุทธิมากที่สุดกันบ้าง จะเป็นหุ้นที่อยู่ในพอร์ตลงทุนของแฟนเพจหรือไม่ ติดตามได้ในบทความนี้


โดยหุ้นที่มีผลขาดทุนสุทธิมากที่สุดในช่วง 9 เดือน ปี 2566 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 5,328.42 ล้านบาท พลิกขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,157.91 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบจากการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน ทำให้ราคาเนื้อหมูในไทย เวียดนาม และกัมพูชาปรับตัวลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น


รองลงมาเป็น TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 4,212.66 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ เพราะเป็นงบการเงินภายหลังการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC


ถัดมาลำดับที่ 3 เป็น PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 4,082.29 ล้านบาท แต่ผลขาดทุนลดลง 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 9,430 ล้านบาท หลังไตรมาส 3/66 พลิกมีกำไร 1,426.67 ล้านบาท รับค่าการกลั่นฟื้นตัว


ลำดับที่ 4 คือ SINGER หรือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 3,226.76 ล้านบาท พลิกขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 742 ล้านบาท


ลำดับที่ 5 คือ KEX หรือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,725.09 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 43.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,898.1 ล้านบาท


ลำดับที่ 6 คือ RABBIT หรือ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,623.03 ล้านบาท พลิกขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 145.55 ล้านบาท


ลำดับที่ 7 คือ AAV หรือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,347.81 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 11,144.38 ล้านบาท จากจำนวนเครื่องบินปฏิบัติการบินที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันอากาศยานที่ลดลง


ลำดับที่ 8 คือ SGC หรือ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,278.64 ล้านบาท พลิกขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 467.02 ล้านบาท จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่เกิดขึ้นจากการสิ้นสุดโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด และยังไม่มีความสามารถในการจ่ายชำระคืนหนี้


ลำดับที่ 9 คือ KKC หรือ บริษัท กุลธรเคอร์บี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 846.27 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 50.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 560.89 ล้านบาท


และลำดับสุดท้าย GSTEEL หรือ บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วง 9 เดือน ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 781.39 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 39.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 561.38 ล้านบาท