3 หุ้นอสังหาฯ ท็อปฟอร์ม จับตาโค้งสุดท้าย ทำผลงานโดดเด่น
หุ้นอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน ซึ่งช่วงโค้งสุดท้ายของปีมักเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการจะเร่งเปิดและโอนโครงการเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัท วันนี้ Wealthy Thai จึงคัด 3 หุ้นอสังหาฯ ที่กำไรไตรมาส 3/66 เติบโต และมีแนวโน้มที่ไตรมาส 4/66 จะทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมาฝาก
สำหรับหุ้นอสังหาฯ ตัวแรกคือ SIRI โดยบริษัทมีกำไรไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 1.56 พันล้านบาท โต 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 4% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/66 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า จากแผนเปิดโครงการแนวราบใหม่จํานวนมาก ด้วยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ตลอดจนการส่งมอบต่อเนื่องของ Backlog แนวราบ โดยเฉพาะบ้านนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่มี Backlog รอโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาสสุดท้ายราว 2 พันล้านบาท การขายโอนฯ คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ใหม่ เช่น เนีย บาย แสนสิริ รวมถึงขายโอนกรรมสิทธิ์สินค้าพร้อมอยู่ผ่านการจัดกิจกรรมการตลาดใหญ่ๆ คาดจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์และกําไรไตรมาส 4/66 ให้เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 3/66
ทั้งนี้ คาดกำไรจะลดลงจากไตรมาส 4/65 ที่มีฐานกําไรสูงมาก เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม คาดจะช่วยผลักดันกําไรปี 2566 อยู่ที่ 6.09 พันล้านบาท โต 42% จึงคงแนะนํา Outperform ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 2.20 บาท
ถัดมา AP มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 1.69 พันล้านบาท โต 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/66 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ให้มุมมองว่า คาดกำไรยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขับเคลื่อนของ Backlog แนวราบ ซึ่งคาดรอรับรู้รายได้อีกเกือบ 1 หมื่นล้านบาท
รวมถึงบางส่วนจากการขายโอนฯ แนวราบใหม่ที่มีกําหนดเปิดขาย 21 โครงการ มูลค่า 2.84 หมื่นล้านบาท และจะโอนกรรมสิทธิ์ทันในไตรมาส 4/66 ขณะที่คอนโดฯ เป็นการส่งมอบคอนโดฯ ใหม่ต่อเนื่องที่เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 3/66 แต่ในเชิงกําไรเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/66 คาดลดลง เนื่องจากการเปิดขายโครงการใหม่จํานวนมากทั้งแนวราบและคอนโดฯ รวมถึงการทําตลาดย่อมนําไปสู่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่ากําไรปกติปี 2566 จะอยู่ที่ 6.09 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน จึงคงแนะนํา Outperform สําหรับ AP โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 16 บาท
ส่วนลำดับสุดท้าย ORI มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 1 พันล้านบาท โต 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 14.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้านแนวโน้มไตรมาส 4/66 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ประเมินกำไรปกติจะฟื้นตัวขึ้นทำจุดสูงสุดของปี 2566
จากกำหนดการโอนโครงการแนวสูงเสร็จใหม่ที่หนาแน่นกว่า 5 โครงการ ในขณะที่แนวราบจะมีโครงการใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์อีกกว่า 11 โครงการ โดยยังคงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 4.2 พันล้านบาท โต 13% จากปีก่อน
ในเชิงกลยุทธ์แนะนำทยอยสะสมเพื่อเก็งกำไรการนำบริษัทลูกคือ ONEO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปลายไตรมาส 4/66 จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 11 บาท

