GPSC-BGRIM ดิ่งแรง หลังรมว.พลังงานชี้ กรอบค่าไฟฟ้าแพงเกินไป “ธนชาต” สั่งขาย แถมหั่นปรับหมายลง
ราคาหุ้น GPSC และ BGRIM ในวันนี้ (22 พ.ย.66) ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยกรอบค่าไฟฟ้าสำหรับงวด ม.ค. - เม.ย. 67 ที่ 4.68-5.95 บาท เทียบปัจจุบัน 3.99 บาท
โดย รมว.พลังงานให้ความเห็นว่าสูงเกินไป โดยสั่งการให้ทีมงานเข้าไปดูโครงสร้างต้นทุนเพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชน มองจิตวิทยาลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีลูกค้า IU สูงๆ อาทิ GPSC และ BGRIM หรือรัฐฯมีมาตรการค่าไฟต่อ เน้นกลุ่มกระทบจำกัด อาทิ GULF
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ปรับลดคำแนะนำ GPSC เป็น “ขาย” (จาก ซื้อ) เนื่องจาก 1.รัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาไฟฟ้าอีกครั้ง หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งคาด GPSC จะได้รับผลกระทบผ่านอัตรากำไรของ SPP ที่หดตัวในปีหน้า ทำให้ปรับกำไรลง 5/50/32% ในปี 66-68 และปรับราคาเป้าหมาย ปีฐาน 67 ลงเป็น 42.5 บาท (จาก 52 บาท)
2.คาดกำไรที่ฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า IPP และโรงไฟฟ้าพลังน้ำจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไร SPP ที่หดตัวลงได้ จึงคาดว่ากำไรของ GPSC จะลดลง 26% ในปี 67 3.หลังราคาหุ้นของ GPSC ฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว 29% จากจุดต่ำสุดของปี มองว่ามูลค่าพื้นฐานปัจจุบัน ดูแพงที่ PE ที่ 26 เท่า หลังฐานกำไรฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติในปี 68
นอกจากนี้ ยังปรับคำแนะนำ BGRIM เป็น “ขาย” (จากเดิม ถือ) เนื่องจาก 1.มองว่ามีความเสี่ยงที่นโยบายอุดหนุนราคาไฟฟ้าของรัฐบาล จะส่งผลลบหนักต่ออัตรากำไรของ SPP อีกครั้งในปี 67 2. BGRIM อยู่ในช่วงของการลงทุนใหญ่รอบใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนบนภาวะต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิมมาก การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (perpetual bond) เป็นอีกแรงกดดันต่อ EPS
โดยจากเหตุผลสอง ประการนี้จึงปรับลดประมาณการ EPS ปี 66-68ลง 13/54/23% และ 3.หลังจากปรับกำไรลงมองว่า BGRIM ดูแพงที่ PE 43 เท่า ในปี 68 เทียบกับการเติบโตของ EPS -36% และ +84% ในปี 67-68 ราคาเป้าหมายปี 67 ปรับลงเหลือ 24 บาท (เดิม 31 บาท)
