Official Update :

ห้ามพลาด! หุ้นเตรียมรับผลบวกเต็มๆ หลังกองทุน THAIESG เริ่มขาย 1 ธ.ค.นี้ มีลุ้นเม็ดเงินไหลเข้าปีนี้ 1 - 2 หมื่นล้านบาท

วานนี้ (21 พ.ย. 66) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund หรือ TESG) ซึ่งสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และจะเริ่มขายวันที่ 1 ธ.ค. 66 โดยเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการออมระยะยาวและลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับ ESG ดังนั้นจะมีหุ้นอะไรบ้างที่น่าสนใจและเข้าข่ายที่จะถูกกองทุนเข้าซื้อ Wealthy Thai มีข้อมูลมาฝาก


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า กองทุน THAIESG จะเริ่มขายวันที่ 1 ธ.ค. 66 ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีในปี 2566 - 2575 และในระยะยาวเข้ามาทดแทนกองทุน SSF ที่จะหมดอายุสิ้นปี 2567 ดังนั้นการลงทุนของกองทุนน่าจะเอนเอียงไปในหุ้นหรือตราสารหนี้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG มากขึ้น


ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าซื้อขายเบาบาง ฝ่ายวิจัยจึงได้ทำการค้นหาหุ้นที่จะได้สภาพคล่องเพิ่มเติมจากกองทุนในช่วงที่เหลือของปีไปจนถึงช่วงต้นปี 2567 หรือ “หาหุ้นที่กองทุนซื้อแล้ว ซื้ออยู่ ซื้อต่อ” มีรายละเอียดดังนี้


1.ซื้อแล้ว (เดือน พ.ย. 66) กองทุนเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมาทุกวัน มูลค่ารวม 2.5 พันล้านบาท ผลักดัน SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 37 จุด หรือ 2.6% มาอยู่ที่ 1,423 จุด และมีโอกาสซื้อต่อจากกองทุน ACTIVE FUND ที่สัดส่วนเงินสดของกองทุนราว 4%


2.ซื้ออยู่ (เดือน ธ.ค. 66) คาดหวังเม็ดเงินใหม่จากกองทุน THAIESG เข้ามาหนุนในช่วงที่เหลือของปีราว 1 –2 หมื่นล้านบาท โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากประเด็นนี้คาดว่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มี ESG SCORE สูงๆ ซึ่งฝ่ายวิจัยชื่นชอบ GULF, CPALL, SCC, CPN, CRC, EA, PTTGC, SCGP เป็นต้น


นอกจากนี้ตราสารหนี้ที่จะได้รับสนใจมากขึ้น คือ บริษัทจดทะเบียนที่ได้ออก ESG BOND ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความต้องการ (DEMAND) ในการระดมทุนเพิ่มเติม เช่น EA, BEM, GPSC, TU, IVL, GULF, CPN, WHA ฯลฯ


3.ซื้อต่อ (เดือน ม.ค. 66) ในต้นปีหน้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการจัดทำดัชนี SET50FF และ SET100FF ทำให้หุ้นสถาบันฯ ต้องมีการออกกองทุนใหม่อิงกับดัชนีนี้ ซึ่งหุ้นใน SET100 ที่มี FREE FLOAT สูงจะได้รับการเพิ่มน้ำหนักมากกว่าปกติ


ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงทำการศึกษา พบว่า มีหุ้นอยู่ 8 SECTOR ที่จะถูกปรับเพิ่มน้ำหนัก และหุ้นที่มี FREE FLOAT เยอะสุดในกลุ่มนั้นๆ คือ BANK เพิ่มน้ำหนัก BBL, CONS เพิ่มน้ำหนัก STEC, TOURISM เพิ่มน้ำหนัก CENTEL, CONMAT เพิ่มน้ำหนัก SCC, HELTH เพิ่มน้ำหนัก BDMS, PROP เพิ่มน้ำหนัก AMATA, AGRI เพิ่มน้ำหนัก STA และ COMM เพิ่มน้ำหนัก CPALL เป็นต้น


จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีหุ้นหลายบริษัทได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงทำการคัดกรองหาหุ้นที่มีทั้ง ESG SCORE สูง พร้อมกับ FREE FLOAT สูง ซึ่งน่าจะเป็นหุ้นที่ “กองทุนซื้อแล้ว ซื้ออยู่ ซื้อต่อ” ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2566 จนถึงช่วงต้นปี 2567 ได้ผลลัพธ์ คือ BANPU, SPALI, MINT, SCC, HANA, KBANK, SCB, BDMS, CPN, SIRI, AP, TISCO, BBL, AMATA, WHA

Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
AKAM พุ่งรับดีล Anthropic! มูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ปูทางขึ้นแท่น AI Infrastructure ลุ้นปี 2028 ดันรายได้แตะ 1.7 พันล้านดอลลาร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us