Official Update :

OR มั่นใจผลประกอบการปี 67 โตต่อเนื่อง เตรียมงบลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท หวังใช้ขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์-น้ำมัน

OR คาดปี 2567 เติบโตได้ต่อเนื่อง รับอานิสงส์เศรษฐกิจขยายตัว-บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทุ่มงบลงทุน 23,186.4 ล้านบาท ลุยเปิดสถานีบริการน้ำมัน 130 แห่ง EV station อีก 1,200 หน่วย และ Café Amazon กว่า 350 สาขา


นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2567 ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง จากกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ที่คาดจะรับได้อานิสงส์เชิงบวกจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงบริษัทยังมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการรับรู้กำไร


ส่วนกลุ่มธุรกิจ Mobility ประเมินทิศทางราคาน้ำมันในปีหน้าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แม้จะต่ำกว่าปีก่อนที่ระดับ 96.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่บริษัทยังสามารถรักษากำไรต่อลิตรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global บริษัทยังมุ่งขยายทั้งในส่วนของ Mobility และ Lifestyle โดยเฉพาะกัมพูชาที่มีแนวโน้มเติบโตดี  


ทั้งนี้ ธุรกิจ Lifestyle เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรสูง บริษัทจึงวางเป้าหมายในระยะ 6-7 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วน EBITDA เป็น 50% ทำให้สัดส่วนของธุรกิจ Mobility จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 30% จากปัจจุบันมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 53.8%


สำหรับงบลงทุนบริษัทมีแผนจะใช้เงินลงทุนในปี 2567 จำนวน 23,186.4 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจ Lifestyle จำนวน 10,144.4 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาร้าน Café Amazon จำนวน 300 สาขา และขยายโรงคั่วกาแฟเพื่อเพิ่มซัพพลายรองรับดีมานด์ที่มากขึ้นในอนาคต รวมถึงการซื้อกิจการ (M&A) ใหม่ๆ ในธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม (Health & Beauty)


ขณะที่ธุรกิจ Mobility จะใช้งบลงทุนจำนวน 8,823.6 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสถานีบริการน้ำมัน 100 แห่ง และสถานี EV station อีก 1,200 หน่วย หรือ 550 แห่งทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายน้ำมันบริษัทยังมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมที่ให้มาร์จิ้นสูง รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม ทำให้เมื่อราคาน้ำมันผันผวน บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก


ด้านธุรกิจ Global ใช้งบลงทุนจำนวน 2,091.2 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีบริการน้ำมัน 30 แห่ง และร้าน Café Amazon จำนวน 50 สาขา ในต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชาที่บริษัทจะนำธุรกิจใหม่ๆ เข้าไปขยายต่อเนื่อง และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2,127.2 ล้านบาท เป็นการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าจากออฟไลน์สู่ออนไลน์มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/66 ยังเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ โดยประเมิน EBITDA ของธุรกิจ Lifestyle ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 25% ขณะเดียวกันหากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนยอดขายน้ำมันอากาศยานให้เติบโต ดังนั้นจึงเชื่อว่าภาพรวมทั้งปี 2566 ยังเป็นปีที่ผลประกอบการเติบโตดี