เจาะไตรมาสสุดท้าย 3 หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ รับเทรนด์ NIM ผ่านจุดต่ำสุด
นับเป็นปัจจัยบวกสำหรับหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพราะประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ
โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของกลุ่มไฟแนนซ์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว วันนี้ Wealthy Thai จึงขอพานักลงทุนไปสำรวจไตรมาส 4/66 ของ 3 หุ้นยอดฮิตในกลุ่มไฟแนนซ์อย่าง SAWAD, MTC และ TIDLOR ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง
มาเริ่มที่ SAWAD นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปี 2566 ที่ 5.03 พันล้านบาท โต 12.53% จากปีก่อน โดยประมาณการได้รวมผลกระทบเชิงลบของ SCAP ไปแล้ว ทำให้มองว่าไม่กระทบต่อประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันกำไรสุทธิไตรมาส 4/66 ถึงปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่อง แรงผลักดันหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย (NII) ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวมและ yield on loan
นอกจากนี้การดำเนินธุรกิจของผลิตภัณฑ์มอเตอร์ไซต์คล่องตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นและการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ด้านประเด็นข่าวการใช้เอกสารปลอม SAWAD อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา และเชื่อว่าบริษัทจะพยายามไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 53 บาท
ถัดมา MTC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินกำไรไตรมาส 4/66 อยู่ในกรอบ 1.25 –1.35 พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1.1 พันล้านบาท และไตรมาส 3/66 ที่มีกำไร 1.28 พันล้านบาท จาก NII ที่ขยายตัวตามการเติบโตของสินเชื่อ ทั้งนี้ ประมาณการกําไรปี 2566 มีโอกาสเห็น Upside ราว 5% จากที่มองไว้ 4.7 พันล้านบาท ลดลง 8.60% จากปีก่อน
สําหรับกําไรปี 2567 ประมาณการที่ 5.6 พันล้านบาท หรือ EPS ที่ 2.66 บาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน หนุนด้วยการเติบโตของสินเชื่อ แต่ Loan spread แคบลง จากต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ตามการทยอย Repricing หุ้นกู้ VS สมมติฐานปัจจุบันที่ทําไว้ทรงตัว แต่ Credit cost มีโอกาสต่ำกว่าสมมติฐานที่ 4.1% ชดเชย Loan spread ตามข้างต้น ด้านราคาหุ้น YTD Outperformed SET index และกลุ่มจํานําทะเบียน สะท้อนการฟื้นตัวบางส่วนแล้ว ทําให้ Upside จํากัด คงคําแนะนํา Neutral ราคาเป้าหมาย 42 บาท
และสุดท้าย TIDLOR นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/66 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวมและรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าขายประกัน แต่ลดลงจากไตรมาส 3/66 เพราะการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) โดยฝฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2566-2567 ที่ 3.74 พันล้านบาท และ 4.19 พันล้านบาท โต 3% และ 12% ตามลำดับ
โดยคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 30 บาท เพราะคาดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2566 ถึงปี 2567 ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงมีการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ทั้งการควบคุมเรื่องหนี้เสีย และความเพียงพอในการตั้งสำรองหนี้เสีย นอกจากนี้ TIDLOR ยังปรับเป้า NPL ปีนี้อยู่ที่ไม่เกิน 1.65% จากเดิมไม่เกิน 1.80% เทียบกับที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดที่ 1.70%

