หุ้นไทยสาหัส! กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่พาดิ่ง บ่ายยังเสี่ยง ผวาเศรษฐกิจจีนไม่พ้นวิกฤต แต่นักวิเคราะห์ คาดทิศทางลงจำกัดแล้ว
ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าของวันนี้ (30 พ.ย. 66) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปิดภาคเช้าที่ 1,380.68 จุด ลดลง 7.01 จุด หรือลดลง 0.51% นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ที่กดดันดัชนี อาทิ GULF, TRUE, PTT, EA, GPSC และ KBANK เป็นต้น
โดยมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มีมุมมองตลาดภาคบ่าย SET ยังมีสัญญาณอ่อนแรง โดยช่วงบ่าย หากต่ำกว่า 1,377 จุด จะเป็นลบต่อ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,370 จุด ด้านกรอบบนถูกจจำกัดที่แนวต้าน 1,394 และ 1,400 จุด ตามลำดับ จะกลับมาเป็นสัญญาณบวกต้องขึ้นทะลุผ่านก่อน
ประเด็นสำคัญภาคเช้า SET ไหลลงต่อ หุ้นขนาดใหญ่มีแรงขาย ทั้งจากหุ้นที่ถูก rebalance ดัชนี MSCI รอบเดือน พ.ย. นี้ รวมทั้งหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัวกดดัน ส่วนแรงซื้อมาจากกลุ่มอิเล็กฯ การแพทย์ ขนส่ง แรงขายมาจากกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ICT การเงิน ปิโตรฯ
ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับลดลง กดดันจากดัชนีPMI ภาคการผลิต พ.ย. ของจีนหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ นลท. จับตาการรายงานตัวเลข PCE เดือน ต.ค. ของสหรัฐในวันนี้
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลัก ทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SET Index แกว่งตัวในทางลง ปิดเช้า 1,380.68 จุด ลบไป 7.01 จุด (-0.51%) โดยถูกกดดันจากหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อย่าง TRUE, PTT, KBANK และ PTTEP
โดยมีมุมมองตลาดบ่ายนี้ คาด SET Index อยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจจีน หลังการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ย.ที่ 49.4 ลดลงจาก 49.5 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจีนยังไม่พ้นวิกฤต
รวมถึงภาพเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงตัวลง หลัง OECD เผย GDP ทั่วโลกในปี 2566 จะอยู่ที่ 2.9% และจากนั้นจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.7% ในปี 2567
อย่างไรก็ดี มอง SET Index มีทางลงจำกัด โดยได้ปัจจัยหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด สอดรับกับ CME FedWatch Tool ที่มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมี.ค. 67 ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น
ขณะที่คืนนี้ ติดตาม PCE เดือนต.ค.สหรัฐฯ ตลาดคาด 1. PCE ขยายตัว 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.1% จากเดือนก่อน โดยชะลอลงจาก 3.4% และ 0.4% ในเดือนก.ย. และ 2. Core PCE ขยายตัว 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.2% จากเดือนก่อน ชะลอลงจาก 3.7% และ 0.3% เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเพิ่มเติม
