Walmart ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เศรษฐกิจชะลอกระทบจำกัด ลุ้นกำไรยังโตได้
ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวย่อมส่งผลกระทบต่อหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างธุรกิจค้าปลีก แต่ Walmart หรือ WMT บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกมองว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวจำกัด เพราะเน้นขายสินค้าราคาไม่แพง อีกทั้งยังได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจในจีนและการเติบโตของ E-Commerce
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า Walmart รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 (สิ้นสุดเดือนม.ค. 67) ที่ 453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หลังได้แรงหนุนจากรายได้รวมที่เติบโตขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้จากธุรกิจในจีนที่เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ขยายตัวเป็น 24.0% จาก 23.7% ในไตรมาส 3/66 ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจในสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/67 เบื้องต้นคาดกำไรที่ระดับ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่คาดจะสามารถเติบโตได้จากไตรมาส 3/67 จากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี หนุนการบริโภคให้เร่งตัวขึ้น
เบื้องต้น Walmart ให้ Guidance การเติบโตในปี 2567 ดังนี้ 1. รายได้จะเติบโตประมาณ 5-5.5%, 2. Operating Income จะเติบโตที่ระดับ 7 -7.5% และ 3. Adjusted EPS ที่ระดับ 6.40-6.48 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ Bloomberg Consensus คาดผลประกอบการปี 2567 ของ Walmart จะอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากปีก่อน แม้ถูกกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง หลังได้แรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจในจีนและ E-Commerce
ส่วนกำไรปกติในปี 2567 คาดที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน กลับมาเติบโตอีกครั้งแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์มองว่าธุรกิจของ Walmart ที่เน้นการขายสินค้าราคาไม่แพงจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างจำกัด
ทางด้าน Valuation ราคาปัจจุบันซื้อ-ขายบน PER ปี 2567 และ PER ปี 2568 ที่ 23.6 เท่า และ 21.7 เท่า ตามลำดับ

