หุ้นในกลุ่ม GULF โดดเด่นไม่หยุด เมื่อปี 66 กำไรเติบโตยกแผง
ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้นำเสนอทิศทางการเติบโตของหุ้นในกลุ่มซีพี หุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ ฯลฯ ไปอย่างต่อเนื่อง วันนี้จึงเป็นคิวของหุ้นกลุ่มกัลฟ์ หนึ่งในกลุ่มทุนธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย ซึ่งประกอบกับด้วย GULF, INTUCH, ADVANC และ THCOM มาดูกันว่าแต่ละบริษัทจะมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
มาเริ่มกันที่ GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของไทย โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงมุมมอง GULF มีปัจจัยบวกต่อเนื่องในไตรมาส 4/66 ถึงปี 2567 ทั้งแนวโน้มกำไรที่โตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนรายไตรมาสต่อเนื่อง
โดยหนุนจากโรงไฟฟ้าที่รอทยอย COD equity MW เพิ่ม 20% และความคืบหน้าการลงนามฯ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ (contract MW) อีกรวมราว 1,000 MW ในช่วงไตรมาส 4/66 ถึงครึ่งแรกปี 2567
ทั้งนี้มอง GULF ปลอดภัยกว่ากลุ่ม เพราะได้รับผลกระทบแทรกแซงค่าไฟต่ำจากสัดส่วนการขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรม(IU) ต่ำกว่า GPSC และ BGRIM มีโครงการรอทยอย COD เสริมการเติบโตต่อเนื่องและมากกว่ากลุ่มในช่วงทศวรรษข้างหน้า ไม่ต้องพึ่งพาการเปิดประมูลในประเทศเท่ารายอื่น
รวมถึงแนวโน้มกำไรปกติทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในปี 2566-2568 เด่นกว่ากลุ่ม โดยคาดปี 2566 มีกำไร 1.49 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.93% จึงคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 50 บาท และเลือกหุ้น GULF เป็น top pick ของกลุ่ม
ส่วน INTUCH หรือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ยังมองบวกต่อแนวโน้มไตรมาส 4/66 คาดกำไรสุทธิโตต่อจากไตรมาส 4/65 ตามADVANC ที่จะได้อานิสงส์เข้าสู่ High season และค่าไฟที่ลดลงลงเต็มไตรมาส
ทั้งนี้แม้คงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ 1.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% แต่ก็มีโอกาสเกิด upside เล็กน้อยจากส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 3/66 ของ ADVANC สูงกว่าคาด หลังมีบันทึกรายรับพิเศษ ส่วนปี 2567 คาดกำไรโต 6% เป็น 1.19 หมื่นล้านบาท
ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร หลัง upside ขยับขึ้นเป็น 21% โดยคงราคาเป้าหมายที่ 85 บาท โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังชอบ INTUCH ในฐานะหุ้นปันผล 4-5% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มผสานกับราคาหุ้นยังไม่แพง จึงมองเป็นจังหวะซื้อ
ถัดมา ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงประมาณการกำไรปี 2566 และ 2567 เอาไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 2.84 หมื่นล้านบาท โต 9.6% และกำไร 2.90 หมื่นล้านบาท โต 2.2% ตามลำดับ เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะรับรู้ผลขาดทุนจาก 3BB จำนวน 1.2 พันล้านบาทในปี 2567 และ 2568
ฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่ได้รวมการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนไว้ในประมาณการ เพราะยังเชื่อว่าการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนมีต้นทุนแพงกว่าการกู้ โดยต้นทุนการกู้เงินของ ADVANC ในการซื้อ 3BB อยู่ที่ 3-4% เท่านั้น ในขณะที่ต้นทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่ 7-8%
ดังนั้น จึงไม่คิดว่า ADVANC จะขายสินทรัพย์ให้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานในเร็ว ๆ นี้ จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ADVANC โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 262 บาท โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้จะอยู่ที่ 4% และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตาม ARPU ที่สูงขึ้นด้วย
และสุดท้าย THCOM หรือ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ยังคงคาดกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 473 ล้านบาทไปก่อน เพิ่มขึ้น 1,026% โดยประเมินไตรมาส 4/66 ไม่สดใสนัก คาดจะลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ที่คาดทรงตัวถึงลดลงเพราะอยู่ในช่วงรอเปลี่ยนถ่ายไปดาวเทียมใหม่ แม้ล่าสุดจะมีลูกค้าจากประเทศฟิลิปปินส์เพิ่ม แต่ขนาดรายได้ยังค่อนข้างเล็ก 1-2% และจะเป็นลักษณะทยอย ramp up
อีกทั้งปกติไตรมาส 4 จะเป็นช่วงบันทึกค่าใช้จ่ายประจำปี นอกจากนั้นคาดผลกระทบทางอ้อมจากค่าเงินบาทแข็งค่าเพราะ THCOM มีสินทรัพย์ต่างประเทศมากกว่าหนี้สิน ส่วนปี 2567 คาดกำไรจะอ่อนตัวเหลือราว 100 ล้านบาท ตามทิศทางรายได้และไม่มีรายรับพิเศษเหมือนช่วงปีนี้
ดังนั้นยังคงคำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 14.1 บาท เพราะแม้ระยะสั้นจะมีโอกาสได้เข้า SET100 ในรอบหน้า (ประกาศกลางธ.ค. 66) แต่ประเมินการดำเนินงาน 1-2 ปีข้างหน้าไม่เด่น รอเปลี่ยนถ่ายสู่ดาวเทียมดวงใหม่ (เริ่มปี 2568)
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน catalyst ต่อราคาหุ้นหลังจากนี้คือ Upside ยอดจองใช้ดาวเทียมใหม่จากปัจจุบันที่ 50% โดยทุก 1% ที่เช่าเพิ่มจะมีผลต่อราคาเป้าหมายขึ้น 0.4 บาท

