Official Update :

จัดอันดับ 5 ตระกูลดังของไทย! พบรวยหุ้นสูงสุดถึง 1.9 แสนล้านบาท

เรื่องราวของเศรษฐีถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เชื่อว่าต้องผ่านอะไรมามากพอสมควร ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จึงได้รวบรวม 5 ตระกูลชื่อดังของไทย ที่ถือว่ารวยหุ้นในระดับที่มีมูลค่าสูงพอสมควร ซึ่งจะมีใครบ้าง และลงทุนหุ้นตัวไหนบ้าง Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว


เริ่มกันที่ตระกูล “รัตนาวะดี” ที่มีเพียงเจ้าพ่อแห่งวงการโรงไฟฟ้าของไทย อย่างนาย สารัชถ์ รัตนาวะดี เท่านั้น ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย แต่มีมูลค่าสูงถึง 190,840 ล้านบาท


โดยจากการสำรวจพบว่า ติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 บริษัท คือ GULF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 4,185,088,097 หุ้น อิงข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 2 มี.ค. 2566 และหากคำนวณราคาปิด ณ วันที่ 1 ธ.ค. มีมูลค่ากว่า 190,421,508,413.50 บาท


รวมทั้งยังติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ ITC จำนวน 20,027,100 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 ส.ค. 2566) หากคำนวณราคาปิด ณ วันเดียวกัน คิดเป็นมูลค่า 418,566,390 บาท


ถัดมา ตระกูล “ปราสาททองโอสถ” เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยพบว่ามีการลงทุนในตลาดหุ้นจำนวน 6 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกันที่ 92,035 ล้านบาท ประกอบด้วย น.ส. ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ที่ถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัท คือ BA จำนวน 136,300,000 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 27 พ.ย. 2566) คิดเป็นมูลค่า 1,935,460,000 บาท


ตามด้วย BDMS จำนวน 823,880,410 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 ก.ย. 2566) คิดเป็นมูลค่า  21,214,920,557.50 บาท และ ONEE จำนวน 596,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 2,207,050,000 บาท


ขณะที่ น.ส. สมฤทัย ปราสาททองโอสถ ถือหุ้น BA จำนวน 77,542,900 หุ้น มูลค่า 1,101,109,180 บาท ส่วนนาง อาริญา ปราสาททองโอสถ ถือ BA เช่นกัน จำนวน 243,440,900 หุ้น มูลค่า 3,456,860,780 บาท


ด้าน นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ถือหุ้น BA จำนวน 238,942,000 หุ้น มูลค่า 3,392,976,400 บาท และ BDMS จำนวน 1,991,558,240 หุ้น มูลค่า 51,282,624,680 บาท ส่วนนาย พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ถือ BA จำนวน 523,387,900 หุ้น 7,432,108,180 บาท


และปิดท้ายของตระกูลอย่าง พล.ต.อ. วิสนุ ปราสาททองโอสถ ถือ PPM จำนวน 6,000,000 หุ้น ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 9 พ.ค. 2566 คิดเป็นมูลค่า 12,240,000 หุ้น


ต่อกันด้วยตระกูลที่สาม อย่าง “โอสถานุเคราะห์” เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ซึ่งมีการลงทุนในตลาดหุ้นจำนวน 6 ราย มีมูลค่ารวมกันกว่า 66,669 ล้านบาท ประกอบด้วย นาย นิติ โอสถานุเคราะห์ ที่ติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่รวมกว่า 8 บริษัท ประกอบด้วย BKI จำนวน 2,224,362 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 พ.ย. 2566) มูลค่า 678,430,410 บาท


CENTEL จำนวน 41,314,611 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17 มี.ค. 2566) มูลค่า 1,735,213,662 บาท CPALL จำนวน 138,986,600 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 03 พ.ค. 2566) มูลค่า 7,401,036,450 บาท


CPN จำนวน 83,234,500 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 09 มี.ค. 2566) มูลค่า 5,659,946,000 บาท HMPRO จำนวน 665,764,862 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 ก.ย. 2566) มูลค่า 7,856,025,371.60 บาท


MINT จำนวน 537,090,652 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 01 ก.ย. 2566) มูลค่า 14,635,720,267 บาท OSP จำนวน 723,097,300 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 ส.ค. 2566) มูลค่า 16,486,618,440 บาท และ WHA จำนวน 436,438,690 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 23 พ.ย. 2566) มูลค่า 2,247,659,253.50 บาท


ขณะที่คนอื่นๆ ของตระกูลถือแค่หุ้น OSP ไม่ว่าจะเป็น นาย ภาสุรี โอสถานุเคราะห์ จำนวน 105,745,400 หุ้น มูลค่า 2,410,995,120 บาท น.ส. เกสรา โอสถานุเคราะห์ ถือ OSP จำนวน 94,188,200 หุ้น มูลค่า 2,147,490,960 บาท


นาย คฑา โอสถานุเคราะห์ ถือ OSP จำนวน 75,601,950 หุ้น มูลค่า 1,723,724,460 บาท นาย ธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์ ถือ OSP จำนวน 86,222,500 หุ้นมูลค่า 1,965,873,000 บาท และนาย นาฑี โอสถานุเคราะห์ ถือ OSP จำนวน 75,480,650 หุ้น มูลค่า 1,720,958,820 บาท


ขณะที่ตระกูลที่ 4 อย่าง “เพชรอำไพและเพ็ชรอำไพ” 2 สามีภรรยา เจ้าของลีสซิ่งชื่อดัง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 62,863 ล้านบาท โดย นาง ดาวนภา เพชรอำไพ ถือ MTC จำนวน 720,000,000 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 28 เม.ย. 2566) มูลค่า 31,500 บาท


ส่วนนาย ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือ MTC จำนวน 710,056,400 หุ้น มูลค่า 31,064,967,500 บาท และ XPG จำนวน 292,807,776 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 15 มี.ค. 2566) มูลค่า 298,663,931 บาท


ปิดท้ายตระกูลที่ 5 อย่าง “อัศวโภคิน” โดยพบว่า มีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยจำนวน 5 ราย มูลค่ารวมกัน 29,669 ล้านบาท ประกอบด้วย


นางสาว สุดา อัศวโภคิน ถือ LUXF จำนวน 4,100,000 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 06 ก.ย. 2566) มูลค่า 29,110,000 บาท และ MANRIN จำนวน 1,711,200 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 10 มี.ค. 2566) มูลค่า 51,336,000 บาท


ส่วน นาย ทรงพล อัศวโภคิน ถือ MANRIN จำนวน 1,642,800 หุ้น มูลค่า 49,284,000 บาท เช่นเดียวกันกับ นาย บุญทรง อัศวโภคิน ถือ MANRIN จำนวน 1,390,804 หุ้น มูลค่า 41,724,120 บาท


ขณะที่ นาย อนันต์ อัศวโภคิน ถือ LH จำนวน 2,860,000,047 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 ส.ค. 2566) มูลค่า 22,165,000,364 บาท


และ นาย อนุพงษ์ อัศวโภคิน ถือ AP จำนวน 670,047,561 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 10 พ.ค. 2566) มูลค่า 7,236,513,658.80 บาท และ LHFG จำนวน 97,986,233 หุ้น (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 03 พ.ค. 2566) มูลค่า 97,006,370.67 บาท


Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us