Official Update :

เผยกลยุทธ์จัดพอร์ตเทรดในช่วง Sell in May and Go Away

หลายคนสงสัยว่าตลาดหุ้นไทยจะเกิด Sell in May and Go Away เหมือนกับตลาดหุ้นต่างประเทศหรือไม่ และอะไรเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดขึ้น ดังนั้นจะจัดพอร์ตลงทุนอย่างไร  Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว


“เหตุการณ์ “Sell in May and Go Away” เป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนขายหุ้นทำกำไรในช่วงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะรอให้ตลาดปรับฐานลงถึงจุดต่ำสุด โดยสถิติจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ จนกระทั่งเริ่มเห็นสัญญาณตลาดฟื้นตัว จึงค่อยเริ่มซื้อหุ้นอีกครั้ง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นต่างประเทศ”


ข้อความดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่อธิบายถึงความหมายของ Sell in May and Go Away จากคุณฐิติเมธ โภคชัย ผู้ช่วยผู้บริหารงาน ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เขียนบรรยายสรุปไว้ในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์หัวข้อ “ห้องเรียนนักลงทุน”


โดยข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของคุณภาดล วรรณรัตน์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลกับ Wealthy Thai ว่า มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค.จะเข้าช่วงของการพักฐาน ตามทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ขณะนี้มูลค่าถือว่าแพงมากเกินไปแล้ว ทั้งนี้หากดูสถิติย้อนหลังของดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนจะลดลง 1.5% ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก


แต่อย่างไรก็ตามมองว่าในปีนี้เอง หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในระลอกที่ 3 จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยผ่านช่วงของการพักฐานมาพอสมควรแล้ว ขณะที่หุ้นในกลุ่ม Reopening Play ก็เชื่อว่าจะฟื้นตัวได้จากทิศทางของเศรษฐกิจทั่วโลก ดังนั้นจึงมองว่าเหตุการณ์ Sell in May จะเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าจะกระทบไม่รุนแรงเพราะยังมีหุ้นในกลุ่มดังกล่าวช่วยพยุงไว้ได้


ขณะเดียวกันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนกลุ่มลงทุน ซึ่งตลาดจะหันไปให้ความสำคัญกับหุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค หากดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในช่วงของการพักฐาน โดยมองว่ากลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL CPN ยังมีความน่าสนใจ ขณะที่กลุ่มโรงแรม และกลุ่มธนาคาร เป็นจังหวะที่น่าลงทุนเพราะที่ผ่านมามีการปรับฐานจากโควิดระลอก 3


สำหรับกลยุทธ์ลงทุนการจัดพอร์ตเล่นหุ้นนั้น แนะนำให้ลงทุนในหุ้นสัดส่วน 50-60% และถือเงินสดไว้ประมาณ 30% รวมถึงสามารถกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกเช่นทองคำ เพราะว่าถ้าหากตลาดหุ้นเกิดการปรับฐานจริงก็จะส่งผลให้ทองคำมีมูลค่าที่ฟื้นตัวขึ้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,550-1,540 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,610-1,620 จุด

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us