มงลง! “มิสแกรนด์” ราคาพุ่ง 134% จาก IPO ดัน “ณวัฒน์-อิงฟ้า-ชาล็อต” รวยรวมกันทะลุ 1 พันลบ. โบรกฯ ชี้ กำไรปี 66 จ่อทะยาน 100%
บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นได้เพียง 3 วัน แต่ราคาหุ้นยังร้อนแรงไม่หยุด ล่าสุดวันนี้ (18 ธ.ค. 66) ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น อีกทั้งยังมีมูลค่าซื้อขายเข้ามาอย่างหนาแน่น จนติด Most Active Value อีกด้วย
แต่หากคำนวณราคาหุ้นปัจจุบันที่ระดับ 11.60 บาท เท่ากับว่า ตอนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 134% แล้ว ขณะที่ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 กว่า 90,000,000 หุ้น มีความมั่งคั่งเพิ่มเป็นกว่า 1 พันล้านบาท
เช่นเดียวกับกับ 2 นางงามในสังกัด อย่าง น.ส. อิงฟ้า วราหะ และ น.ส. ชาล็อต ออสติน ที่ถือครองหุ้น MGI คนละ 2,000,000 หุ้น จากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นทำให้ทั้ง 2 ราย มีความมั่งคั่งเพิ่มเป็นคนละ 23.2 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 3 วันทำการเท่านั้นเอง และทำให้ทั้ง 3 ราย มีความมั่งคั่งรวมกันทะลุ 1 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากสำรวจข้อมูลสถิติ Program Trading รายวันของวันที่ 15 ธ.ค.66 พบว่า MGI มีมูลค่าสูงถึง 61 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่า Program Trading เทียบกับมูลค่าการซื้อขายแบบ Auto Matching ที่ 5.71%
ส่วนในแง่ของปัจจัยพื้นฐานนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มผลประกอบการปี 2566 ประเมินกำไรเติบโตโดดเด่น 100% เป็น 96 ล้านบาท
โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1. การปรับกลยุทธ์ขยายฐานรายได้ต่อยอดจากธุรกิจนางงาม โดยเพิ่มรายได้จากธุรกิจสื่อ ธุรกิจบันเทิง และรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน สอดคล้องกับกระแสการประกวดมิสแกรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จากเดิมที่เน้นธุรกิจพาณิชย์และนางงาม
2.ประสิทธิภาพในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นตามรายได้ที่เติบโต และธุรกิจพาณิชย์กับกลยุทธ์ดึงสินค้าที่ขายผ่านตัวแทนมาบริหารเอง ลดต้นทุนการตลาด และลดการขายผ่านทีวีมาช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้น คาด EBITDA Margin ปรับเพิ่มจาก 19.7% ในปี 2565 เป็น 22.7%
ดังนั้นมองว่าธุรกิจของ MGI มีความน่าสนใจ ด้วยผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง หากอิงสมมติฐานกำไรปี 2567 ที่ 108 ล้านบาท จำนวนหุ้นหลัง IPO ที่ 210 ล้านหุ้น EPS ปี 2567 จะอยู่ที่ 0.52 บาท/หุ้น
ประเมิน PER เหมาะสมที่ 18 เท่า โดยการใช้ค่ากลาง (Median) ของหุ้นกลุ่มบันเทิงและค้าปลีกที่ลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกัน จะได้มูลค่าพื้นฐานที่ 9.80 บาท
