วิเคราะห์หุ้นไทยโค้งสุดท้าย! โบรกฯ ชี้สิ้นปี 66 มีโอกาสพุ่งปิด 1,460 จุด รับแรงหนุนกอง TESG - เฟดลดดอกเบี้ยปี 67

เหมือนปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศจะเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับปัจจัยบวกทั้งเม็ดเงินจากกองทุน TESG และแนวโน้ม Fund Flow ที่ไหลจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่ช่วงสิ้นปี 2566 จะมีโอกาสแตะที่ระดับเท่าไหร่ Wealthy Thai ได้สำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์มาฝาก


โดยนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินระดับดัชนี SET Index สิ้นปี 2566 ที่บริเวณ 1,430 จุด โดยกรณีดีที่สุดอาจปิดที่ระดับ 1,460 จุด จากแรงหนุนของกองทุน TESG ที่คาดจะเห็นเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปีราว 1-1.5 หมื่นล้านบาท


ประกอบกับวงจรดอกเบี้ยของสหรัฐถึงปลายทางแล้ว คาดจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2567 จากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ซัพพอร์ต ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่า ซึ่งเอื้อต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยสัปดาห์นี้เริ่มเห็นแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาบ้างแล้ว


นอกจากนี้ตลาดยังประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะเติบโตใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและ e-Receipt อีกทั้งโครงการลงทุนอย่าง Landbridge ที่หากเห็นความชัดเจนจะเป็นอัพไซด์ต่อการเข้ามาลงทุนของต่างชาติในระยะยาว


ดังนั้นจากทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นจึงมองว่าช่วงปลายปีตลาดหุ้นไทยจะมีแรงหนุนให้ไปถึงเป้าหมายได้ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม นั่นคือ ความผันผวนของราคาพลังงาน จากความกังวลในทะเลแดง


สำหรับหุ้นเด่นที่คาดว่าจะ outperform ตลาดหุ้นในช่วงปลายปี มองหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินกองทุน TESG ไหลเข้า และราคาหุ้นปรับฐานลงมาอยู่ในโซน value เช่น AOT CPALL รวมถึงหุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และแรงกดดันจากค่าไฟก็สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า มอง BGRIM GPSC น่าสนใจ


ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า SET Index ยังอยู่ในทิศทางที่ขยับตัวขึ้นได้ต่อ และเป็นไปได้ที่จะปิดปีที่บริเวณ 1415 – 1420 จุด โดย SET INDEX พลิกฟื้นขึ้นมาเด่น +1.88% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากช่วงก่อนหน้าที่ UNDERPERFORM มาตลอด สังเกตได้จากช่วง 1 เดือน -1.32%, 3 เดือน -7.23%, 6 เดือน -7.71% และนับตั้งแต่ต้นปี -15.81%


อีกทั้งผลตอบแทนราย SECTOR ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังบวกเกือบทั้งหมดทุก SECTOR เด่นๆ คือ ETRON +5.9%, INSUR +5.8%, PERSON 3.9%, MEDIA 3.6%, COMM +3.1%, AGRI 3.1%, IMM 28%, PETRO 2.3%, STEEL 2.3%, PROP 2.2%, CONS 2.0%


และช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2566 คาดหวังการเกิด SANTA RALLY โดยในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาช่วง 21 – 31 ธ.ค. หุ้นไทย OUTPERFORM เด่นกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.3% รองลงมาคือ ตลาดหุ้นฮ่องกง +2.9%, เยอรมนี +2.3% ฝรั่งเศส +2.2%, สหรัฐ +1.8%


ขณะเดียวกันในปีนี้ตลาดหุ้นไทย LAGGARD กว่าตลาดหุ้นอื่นๆ มาก และดัชนีปัจจุบัน 1,407 จุด ต่ำกว่าดัชนีปีที่แล้ว และปีก่อนหน้าที่ 1,657 และ 1,668 จุด กว่า 250 – 261 จุด ในมุม FUND FLOW มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อ สอดคล้องกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีวันที่ 21 – 30 ธ.ค. FUND FLOW ไหลเข้าหุ้นไทยหนัก แบ่งเป็น 10 วันสุดท้ายปี 2564 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยหนัก 2.3 หมื่นล้านบาท หนุน SET +2.6% และ 10 วันสุดท้ายปี 2565 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยหนัก 2.1 หมื่นล้านบาทหนุน SET +4.0%


ภายใต้มูลค่าซื้อขายที่เบาบาง รวมถึงปีนี้ยังมีเม็ดเงินจาก THAIESG FUND ทยอยเข้ามาหนุนเรื่อยๆ ทุกปัจจัยที่กล่าวมา คาดหวังหนุนให้ปีนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิด SANTA RALLY ขึ้นอีกปีแนะนำสะสม INTUCH, KBANK, WHA, AMATA, CPALL, CPN, CRC, CK, STEC, PLANB

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us