Official Update :

สาหัส! ถือ OSP มา 6 เดือน ติดลบ 28% โบรกฯ แทงสวน ผสานเสียง แนะ “ซื้อ” ชี้ราคาหุ้นสวนทางผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

อย่างที่นักลงทุนไทยหลายคนที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาก็จะพบว่า ราคาหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวได้มีการปรับตัวลดลงตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือบางตัวอาจจะปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดอีกด้วย


โดยหุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ก็เป็นหนึ่งในหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์ได้มีการปรับตัวลดลงมาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลความเคลื่อนไหวพบว่าในช่วง 6 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.66 ถึง 21 ธ.ค.66) ปรับตัวลดลงมากว่า 28% มาอยู่ที่ระดับ 21.60 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ 25 บาท


ฉะนั้น ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็อยากจะหยิบยกมุมมองการลงทุนจากนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 34 บาท เนื่องจากราคาหุ้นที่ได้ปรับตัวลง เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งด้านการเมืองระหว่างทหารกับกองกำลังต่อต้านในประเทศเมียนมา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการดำเนินงานและมีฐานการผลิตสินค้าในเมียนมา แต่ตลาดอาจกังวลมากเกินไป


ขณะเดียวกันราคาหุ้นที่ปรับลงมายังเป็นการสวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/66 ไปและคาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 จะยังเติบโตได้ทั้งไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน จากรายได้ในประเทศที่ฟื้นตัวและรับรู้ราคาต้นทุนการผลิตทั้งราคาก๊าซธรรมชาติและค่าไฟที่ลดลงได้มากขึ้น


สำหรับการลงทุนระยะยาว OSP มีแผนในการทำ M&A ซึ่งจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ และคาดจะเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา พร้อมกับสามารถหนุนกำไรของบริษัทได้ในทันที ดังนั้น ณ ที่ระดับราคาในปัจจุบัน OSP มีความน่าสนใจมากอย่างมีนัยสำคัญ


ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า การสู้รบกันระหว่างรัฐบาลทหารของพม่าชนกลุ่มน้อยและพม่าตั้งแต่ 27 ต.ค. 66 จะส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังยอดขายประมาณ 30% ใน 9 เดือนปี 66 อยู่ในเขตพื้นที่การสู้รบ (ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศพม่า คิดเป็น 12% ของรายได้ทั้งหมดใน 9เดือนปี 66) คาดการณ์ยอดขายจะลดลง 70% ในพื้นที่สู้รบและผลกระทบทางอ้อม 20% ในพื้นที่นอกเขตสู้รบ


แต่อย่างไรก็ดี เชื่อว่ากำไรสุทธิจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2566 - 2568 จากการประหยัดต้นทุนและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและดำเนินงาน ขณะที่หลังจากปี 68 คาดว่ากำไรสุทธิจะชะลอตัวลง จากยอดขายในประเทศพม่าและการอิ่มตัวของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ


ทั้งนี้ ปรับประมาณการ EPS ลดลง 7.6-9.9% ในปี 2566-2568 เพื่อสะท้อนยอดขายในพม่าและรายได้จากให้บริการผลิตขวดแก้ว (OEM) ลดลง หลังการปิดโรงงานที่สมุทรปราการในไตรมาส 4/66 ยังคงแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us