Official Update :

ส่องเทรนด์การเติบโต 3 บริษัทเสริมความงามในตลาดหุ้นไทย

กลุ่มธุรกิจสุขภาพ (ความงาม และดูแลผู้สูงอายุ) ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประเมินมีแนวโน้มเด่นในปี 2567 ดังนั้นในแวดวงตลาดหุ้นไทย Wealthy Thai จะพามาสำรวจ 3 บริษัทความงามกันบ้างว่าจะมีความน่าสนใจแค่ไหน?


เริ่มกันที่บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลด้านความงามที่ให้บริการศัลยกรรมครบวงจร ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 71 บาท


MASTER ได้ขยายการให้บริการโรงพยาบาลแล้วเสร็จในไตรมาส 3/66 ที่ผ่านมา ทําให้จํานวนห้องผ่าตัดเพิ่มขึ้นเป็น 17 เตียง จากเดิม 7 เตียง และปัจจุบันมีจํานวนแพทย์ให้บริการ 45 คน สามารถรองรับจํานวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าไทย และลูกค้าต่างชาติได้ทั้งหมด


ระยะสั้นคาดกําไรไตรมาส 4/66 ยังเดินหน้าทํานิวไฮต่อเนื่องที่ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 45.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะเป็นช่วง High season ขณะที่มี Capacity รองรับได้อย่างเพียงพอ และแก้ปัญหาลูกค้ารอคิวนาน ซึ่งมีความเสี่ยงที่ลูกค้าเปลี่ยนใจไปใช้บริการที่อื่น


ล่าสุดประกาศเข้าลงทุนดีลที่ 10 เข้าลงทุน 40% ใน V Square Clinic มูลค่า 720 ล้านบาท รวมกับ 9 ดีลก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าลงทุน 1,576 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แต่ละดีลต้องใช้เวลาราว 3- 6 เดือน ในการทําธุรกรรมแล้วเสร็จ และทั้ง 10 ดีล เป็นการเข้าลงทุนไม่เกิน 40%


ระยะสั้นคาดรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจาก 2 ดีลแรก Wind clinic และ Kin Corporation ในไตรมาส 4/66 ราว 10 ล้านบาท ส่วนดีลที่เหลือคาดจะทยอยรับรู้ตลอดปี 67 เบื้องต้นคาดรับรู้ส่วนแบ่งกําไรปี 67 ราว 105 ล้านบาท คิดเป็น 19.6% ของกําไรสุทธิทั้งปี


โดยคาดกําไรสุทธิปี 66 จะทําจุดสูงสุดใหม่ที่ 367 ล้านบาท เติบโต 22% จากปีก่อน และคาดปี 67 จะโตต่อเนื่อง 46% มาอยู่ที่ 536 ล้านบาท จากทั้ง Organic จํานวนลูกค้าเข้ารับบริการมากขึ้น และสามารถใช้ห้องผ่าตัดใหม่ได้เต็มปี และจาก Inorganic ด้วยการทยอยรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจาก 10 ดีล ที่เข้าลงทุนในปี 66


อย่างไรก็ตาม กรณีไม่รวมส่วนแบ่งกําไรจาก 9 ธุรกิจ ดังกล่าว คาดว่ากําไรสุทธิปี 67-68 จะเติบโตราว 26% และ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามลําดับ


ต่อกันที่ บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP ผู้ให้บริการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ภายใต้ชื่อ “ธีรพรคลินิก” ล่าสุดการดำเนินธุรกิจปี 67 บริษัทวางเป้าหมายรายได้ เติบโต 10-15% จากปี 66 รวมทั้งยังเร่งเดินหน้าก่อสร้างโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะใบหน้าแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ภายในปลายปี 2567


โดยข้อมูลการประเมินของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด แนะนำ “ซื้อ” พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 67 ที่ 25 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 64-67 จะเติบโตเฉลี่ย 33% และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 67 ที่ 0.76 บาทต่อหุ้น


อย่างไรก็ตามคงประมาณการรายได้และกำไรปี 66 โดยคาดมีรายได้ 737 ล้านบาท ลดลง 14% และคาดมีกำไร 199 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน เนื่องจากความต้องการทำศัลยกรรมชะลอตัวจากผู้บริโภคเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลาย


ขณะที่คาดว่ารายได้และกำไรปี 67 จะกลับมาเติบโต โดยคาดรายได้ที่ 936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และคาดกำไร 265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน เนื่องจากได้แรงหนุนจาก 1.การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 2.นโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของรัฐบาล และ 3. การเปิดโรงพยาบาลใหม่


ปิดท้ายกันที่บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ คลินิกเวชกรรมด้านผิวหนังความงาม ศัลยกรรมตกแต่งและการดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพ ภายใต้ชื่อ THE KLINIQUE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 67 เท่ากับ 46.50 บาท


ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/66 เท่ากับ 76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 25.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิ New High รายไตรมาส และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 11.9% คาดบริษัทจะมีรายได้จากการขายและบริการ 636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 29.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยจากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น การกลับมาเปิดดำเนินการของแบรนด์ THE KLINIQUE สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ และเดอะมอลล์บางแค ที่ปิดปรับปรุงในงวดก่อนหน้าและการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา แบ่งเป็น แบรนด์ THE KLINIQUE 1 สาขา แบรนด์ L.A.B.X 3 สาขา


ขณะที่ภาพรวมปี 66 คาดว่ากำไรสุทธิ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% จากปีก่อน โดยคาดการณ์ว่าในปี 66 บริษัทเปิดสาขาใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 14 สาขา รวมเป็น 54 สาขา จากสิ้นปี 65 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 40 สาขา


ส่วนปี 67 คาดกำไรสุทธิ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.4% จากปีก่อน ทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์รายได้ 3,046 ล้านบาท เติบโต 33.8% จากปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่มี 54 สาขา และการเติบโตจากการเปิดสาขาใหม่จำนวน 15 สาขา แบ่งเป็นแบรนด์ THE KLINIQUE 8 สาขา และ L.A.B.X 7 สาขา


ประกอบกับการเติบโตของรายได้ศูนย์ศัลยกรรมที่โดดเด่นในเรื่องการทำหน้าอก และการทำจมูก รวมถึงการให้บริการศัลยกรรมใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น การยุบโหนก ตัดกราม (Bone Surgery)