สำรวจเป้าหมายดัชนีปี 67 ตลาดหุ้นไทยจะไปต่อได้หรือไม่ ?

ปี 2567 เป็นปีที่ตลาดคาดหวังว่าตลาดหุ้นไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้น จากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศเริ่มผ่อนคลาย Wealthy Thai จึงไม่พลาดที่สำรวจแนวโน้มตลาดหุ้นไทยและเป้าหมายดัชนีในปีหน้าของโบรกเกอร์แต่ละแห่งมาฝาก


มาเริ่มกันที่บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า มองการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในปี 67 แม้ว่าปัจจัยภายนอกจะมีความเสี่ยงและท้าทาย โดยปัจจัยสนับสนุนคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการลงทุนใหม่ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า ผลกระทบจากเอลนีโญและการท่องเที่ยวจากจีนที่มีการเติบโตที่ชะลอตัวลง


ด้วยฐานที่ต่ำในปี 66 ทำให้การเติบโตของบริษัทจดทะเบียนของไทยอยู่ที่ 17% ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคเอเชียและตลาดเกิดใหม่ นอกจากนั้นด้วยผลตอบแทนที่แย่ที่สุดในภูมิภาคในปี 66 ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจเมื่อมีการ Rotation ในปี 67


โดยสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ได้แก่ 1) ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยคงดอกเบี้ยที่ 2.5% 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2-3 3) การท่องเที่ยวยังเติบโตแต่จะชะลอตัวลง 4) สัญญาณการลงทุนจากต่างประเทศ และ 5) มาตรการส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาล


สำหรับกลยุทธ์ มองตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีในครึ่งปีหลัง โดยให้เป้าหมาย SET Index ปี 2567 อยู่ที่ 1,650-1,700 จุด โดยระดับเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,400-1,450 จุด มองลักษณะการลงทุนที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนดีได้แก่ 1) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง 2) กลุ่มที่กำไรผ่านจุดต่ำสุด


3) กลุ่มเชิงรับที่สามารถต่อกรกับความผันผวนภายนอกได้ดี 4) กลุ่มที่มีการเติบโตดีต่อเนื่อง 5) ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และ 6) มี Valuation น่าสนใจ ส่วนหุ้นแนะนำ คือ AMATA, BBL, BDMS, BEM, CPALL, CRC, GULF, OR, SCC, SCGP


บล.กรุงศรี พัฒนสิน ให้เป้าดัชนี 1,460 จุด

ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมิน SET Index อยู่ในจุดเริ่มฟื้นตัวหลังจากความชัดเจนประเด็นวงจรดอกเบี้ยโลกปี 2567 เข้าสู่ขาลง โดยเฉพาะสหรัฐผสานกับภายในมีปัจจัยหนุนจาก 1. GDP Growth ไทยปีหน้าจะขยายตัวกว่าศักยภาพที่ 3.4% (ยังไม่รวม Digital Wallet)


2. SET อยู่ในจุด Deep Value ในทุกมิติทั้ง Equity Risk Premium 3.25%> avg 3.06% (ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจกว่าผลตอบแทนพันธบัตรแล้ว), PBV ใกล้ Avg –2S.D. และ PER 23-24 เหลือ 16.2 และ 13.9 เท่า vs avg. 17.3 เท่า, 3. ต่างชาติลดสถานะหุ้นไทยที่ซื้อมาต้นปี 2565 – ปัจจุบันเหลือเพียง 4.1 พันล้านบาท คาดหนุน LT-Funds ในประเทศจะเริ่มขับเคลื่อนตลาด ประเมิน SET Index ปลายปี 2567 ลุ้นระดับ 1,460 จุด


สำหรับกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ การลงทุนในหุ้นเติบโตสูง (High Growth) มีโอกาสกลับมา Outperform ทีมกลยุทธ์จึงคัดเลือกหุ้น High Growth ที่กำไรปี 2567 จะเติบโตมากกว่าตลาด (คาดตลาดโต 15%) อิงคาดการณ์ BB Consensus


โดยหุ้นในSET ที่เติบโตสูง ได้แก่ SHR (ปี 67 EPS Growth +150%), IVL (+163%) DOHOME (+88%), SJWD (+37%), GULF (+30%), GPSC (+30%) TU (+26%), AMATA (+24), AOT (+24%), CPALL (+24%) และ SCGP (+21%)


ส่วนหุ้น High Growth ในดัชนี mai ได้แก่ GFC (ปี 67 EPS Growth +46%), BBIK (+40%), BE8 (+38%), YGG (+33%), WARRIX (+26%) และ KLINIQ (+16%)


บล.เอเซีย พลัส ให้เป้าดัชนี 1,717 จุด

ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ภาพการเติบโตเศรษฐกิจในปี 2567 ดูเด่นชัดขึ้นจาก 3 ด้าน คือ 1. การกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ชัดเจนมากขึ้น อาทิ E-Refund และกระเป๋าตังค์ดิจิตอล, 2. คาดการณ์การเติบโต GDP ของนักเศรษฐศาสตร์ต่างๆ มองตรงกันว่า GDP ปี 67 มีโอกาสเติบโตกว่าปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% และ 3. หนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนกลับมาฟื้นตัวเหนือช่วงโควิด


ฝ่ายวิจัยประเมิน EPS ปี 67 ที่ 99.8 บาทต่อหุ้น และ มี EPS Growth ปี 67 เติบโต 12.6% โดย SET INDEX ย่อตัวลงมาลึกในปีนี้จนมี P/E ลดลงจาก 18.6 เท่าในช่วงปลายปีที่แล้ว ปัจจุบัน มี P/E ปี 67 เหลือเพียง 14 เท่า พร้อมกับ PBV ที่ 1.37 เท่า


ภายใต้ fund flow จากกองทุนทั้งในไทยและต่างประเทศมีโอกาสสะสมหุ้นไทยเพิ่ม ก็ยังคาดหวังให้ SET INDEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นลุ้นแตะ 1,500 จุดในปีนี้ (EPS ปี 66 88.6 บาทต่อหุ้น) และมองไปไกลปี2567 ตั้งเป้าหมายดัชนีไว้ที่ 1,717 จุด (EPS ปี 67 99.8 บาทต่อหุ้น)


กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้นเด่นช่วงท้ายปี 2566 และหวังงอกเงยในปี 2567 ดังนี้ 1. หุ้นได้กระแสดอกเบี้ยหยุดขึ้น TISCO 2. หุ้นได้ประโยชน์จากภาครัฐเน้นการลงทุนธุรกิจในอนาคต WHA, ADVANC, GULF 3. หุ้นได้ประโยชน์การกระตุ้นภาคบริโภคและการท่องเที่ยว CPALL, PLANB, BH และ 4. หุ้นคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและจีน PTTGC


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us