Official Update :

คัด 12 หุ้นเด่น “น่าลงทุน” ประจำไตรมาส 1/67

เริ่มต้นปีใหม่ กับปัจจัยใหม่ ทำให้นักลงทุนต้องปรับแนวทางและพอร์ตการลงทุน เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้ ดังนั้นในไตรมาส 1/67 นี้ Wealthy Thai จึงมีกลยุทธ์การลงทุน และหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำในไตรมาสแรกของปีมาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โอกาสที่ดีในการสร้างกําไรในไตรมาส 1 พร้อมปัจจัยหนุนทั้งในและนอก : จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2556-2566 (ไม่รวมปี 2563 ที่เกิดโควิด) พบว่าในเดือนม.ค. 8 ใน 10 ปี SET มักให้ผลตอบแทนเป็น “บวก” ถึง 2.3%


นําโดยกลุ่มธนาคาร-การเงินและมักให้ผลตอบแทนดีต่อเนื่องตลอดช่วงไตรมาส 1 ซึ่งมีโอกาสถึง 90% ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 4.5% นําโดยกลุ่มโรงพยาบาล การเงิน สื่อสารอสังหาฯ ขนส่งและธนาคาร


ซึ่งมองว่าไตรมาส 1 ของปีนี้มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น 1. เศรษฐกิจไทยเร่งตัวต่อจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว


2.ดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงขาลง 3. Valuation SET น่าสนใจมีโอกาสเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าไทยมากขึ้น และ 4. ความกังวล Recession ยังไม่รุนแรง จึงแนะนํา “ซื้อ” กลุ่มที่มักให้ผลตอบแทนดีตาม Seasonal Effect อย่าง KBANK, SCB, TTB, SAWAD, MTC, AOT, BA, COM7, MINT, ADVANC, BH และ BDMS


สำหรับแนวโน้มการเติบโตของหุ้นแต่ละตัว Wealthy Thai ได้รวบรวมมาให้แล้ว โดยเริ่มที่ KBANK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงประมาณการกำไรปี 66 อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากฐานต่ำในปีก่อน ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 67 อยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน จากสำรองฯ ที่ลดลงเป็นหลัก ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 155 บาท


ถัดมา SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองบวกกับ SCB เพราะคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะดีขึ้น และ credit cost จะลดลงในปี 67 รวมถึงคาดว่าอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ก่อรายได้จะทรงตัวและมี upside นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุดประมาณ 7% โดยราคาเป้าหมาย Consensus อยู่ที่ 120 บาท (14 รายแนะนำ ซื้อ และ 3 รายแนะนำ ถือ)


TTB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดว่าการเติบโตของกำไรสุทธิปี 67 จะชะลอลงมาอยู่ในกรอบ 6% ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากอานิสงส์ที่น้อยลงจากการขยายตัวของอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) เพราะคาดว่าดอกเบี้ยขาขึ้นจะสิ้นสุดลงในปี 66 อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นมี upside และผลตอบแทนเงินปันผลน่าดึงดูดที่ 6.2% ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 1.85 บาท


SAWAD นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า ปี 67 จะรับรู้กำไรจาก “เงินสดทันใจ” เต็มปี หลังซื้อคืนมาจากธนาคารออมสิน และทำให้สินเชื่อเติบโตสูงมากจากการรวมสินทรัพย์และหนี้สินเข้ามาในงบ อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของ NPL และสัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่น้อยกว่ากลุ่มยังเป็นความเสี่ยง คงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 5.4 พันล้านบาท และราคาพื้นฐานที่ 51 บาท ยังคงแนะนำ ซื้อ


MTC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดปี 66 จะมีกำไรสุทธิ 4.7 พันล้านบาท ลดลง 6.8% จากปีก่อน และกลับมาโต 17.8% ในปี 67 ที่ 5.5 พันล้านบาท หลังการตั้งสำรองลดต่ำลง โดยมองว่า MTC เป็นหนึ่งในหุ้นสินเชื่อที่มีความน่าสนใจ จากความสามารถในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อส่งผ่านภาระดอกเบี้ยจ่ายให้กับลูกหนี้ โดยที่ไม่กระทบกับคุณภาพสินทรัพย์มากนัก แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐานที่ 48 บาท


AOT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองระยะสั้นยังถูกกดดันจากปรับลดประมาณการของตลาดอีกระยะ อีกทั้งรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เติบโตเด่น ทำให้ขาดเสน่ห์ หุ้นจะกลับมาน่าสนใจมากขึ้นหากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนมีสัญญาณเติบโตดี คำแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเหมาะสมปี 67 ลงเป็น 78 บาท


BA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองไตรมาส 4/66 ผลงานยังโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบิน อีกทั้งมีการใช้ประโยชน์ทางภาษี ทำให้ปี 66 กำไรโตโดดเด่นที่ 3.5 พันล้านบาท และในปี 67 ผลงานปกติยังโตได้ตามผู้โดยสารที่ฟื้นตัว แต่คาดจะไม่มีการใช้ประโยชน์ทางภาษีอีก ทำให้กำไรลดลงเป็น 2 พันล้านบาท ปรับราคาพื้นฐานลงเป็น 20.60 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”


COM7 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนํา ซื้อ ปรับลดราคาเป้าหมายปี 67 ลงเป็น 30 บาท สะท้อนภาพการเติบโตที่ช้ากว่าที่คาด ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง เชื่อว่าสะท้อนภาพผลประกอบการที่ผิดหวังไปแล้ว สำหรับในปี 67 คาดกําไรยังเติบโตได้ 11% เริ่มเห็นมาตรการกระตุ้นกําลังซื้อจากภาครัฐ และถึงรอบการเปลี่ยนสินค้า IT จากช่วง Covid ที่ผ่านมา


MINT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิปี 67-69 เติบโตเฉลี่ย 10% CAGR เพราะโรงแรม ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม กลับมาขยายตัวอีกครั้ง พร้อมอัพไซด์จากการเข้าซื้อกิจการ ในขณะที่ราคาหุ้นถูกสุดในกลุ่ม คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35.25 บาท


ADVANC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองไตรมาส 4/66 เข้าสู่ช่วงพีคตามฤดูกาล คาดกำไรสุทธิปี 2566 จะอยู่ที่ 2.98 หมื่นล้านบาท โต 15% จากปีก่อน และคาดว่ากําไรหลักในไตรมาส 1/67 จะดีขึ้นต่อจากการที่ลูกค้าใช้แพ็คเกจมือถือ และ FBB ที่มีมูลค่าสูงขึ้นต่อเนื่อง และรับรู้ผลการดําเนินงาน TTTBB & JASIF เต็มไตรมาส แนะนํา ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 260 บาท


BH นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด คาดกำไรสุทธิปี 66 อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท โต 39.6% จากปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิปี 67 คาดที่ 7.3 พันล้านบาท บนสมมุติฐานรายได้ผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น แนะนำ ซื้อ เมื่อราคามีการย่อตัวลงมา ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 67 ที่ 288 บาท


และสุดท้าย BDMS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปี 67 ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท โต 9% จากการเติบโตของคนไข้ต่างชาติ และ Center of Excellence (CoE) โดยคงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่คาดเติบโตดีต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐานที่ 35.30 บาท