ใกล้แล้ว! เตรียมรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท หลังกฤษฎีกาไฟเขียวตาม ครม. กู้เงิน 5 แสนล้าน นักวิเคราะห์เตือนไทยเสี่ยงถูกหั่นเครดิต
ใกล้มีความชัดเจนเต็มทีแล้ว สำหรับโครงการ เงินดิจิทัล วอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาท ล่าสุดรมช.คลัง เผยกฤษฎีกาไฟเขียวเห็นด้วยเดินหน้าตามมติคณะรัฐมนตรีออกพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า กระบวนการทางกฎหมายเรื่องเงินกู้ 5 แสนล้านนั้นยังมีความท้าทาย เนื่องจากยังต้องผ่านกระบวนการทางสภาและอาจต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน
โดยในมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า จากประเด็น รมช.คลัง เผยกฤษฎีกาโฟเขียวเห็นด้วยเดินหน้าตามมติครม.ออกพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต นั้น
ทั้งนี้มองกระบวนการทางกฎหมายเรื่องเงินกู้ 5 แสนล้านนั้นยังมีความท้าทายเนื่องจากยังต้องผ่านกระบวนการทางสภา และอาจต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน
อย่างไรก็ดี หากนโยบายเงินดิจิทัล วอลเล็ต ผ่านกระบวนทางการกฎหมายและประกาศใช้ได้จริง มองจะสร้าง upside risk ให้กับ GDP forecast ที่ตลาดทำอยู่ในปัจจุบันราว 3-3.5% เป็น 3.5-4% โดยหาก GDP growth forecast ในตลาดมี upside risk มักจะมี implication ต่อเนื่องให้ EPS forecast ตลาดได้อานิสงส์เชิงบวก และ SET index target ที่อาจมี outlook ที่ดีขึ้น
ขณะที่ผลกระทบด้านเงินเฟ้อ มองจำกัด โดยคาดปี 2567 inflation อยู่ที่ 0.8% หากไม่มีโครงการ เงินดิจิทัล วอลเล็ต และ 0.9% หากมีโครงการ เงินดิจิทัล วอลเล็ต
อย่างไรก็ดี ระยะสั้นตลาดอาจกังวลที่หนี้สาธารณะไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และ credit rating ประเทศอาจถูกปรับลด ซึ่งอาจส่งผลให้ Bond yield เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทอ่อน
ทั้งนี้คาด Bond yield 10 ปี ไทยจะอยู่ที่ 2.8% หากไม่มี DW และ 3.0% หากมี DW แต่หากมาตรแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้เกิน 3% ในปีนี้ เชื่อว่าเรื่องหนี้สาธารณะเพิ่มจะไม่เป็นประเด็นที่ต้องกังวลและประเมินว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง 70%
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินการยืนยันเดินหน้าโครงการ Digital Wallet ของรัฐบาลเป็นบวกต่อ Domestic Play เช่น CPALL, CPAXT, BJC, KTB, OSP, SABINA, WARRIX, SCGD เป็นต้น
แต่ยังต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมคณะกรรมการ เงินดิจิทัล วอลเล็ต ชุดใหญ่สัปดาห์หน้า และยังต้องติดตามแผนระดมทุนว่าจะกระทบ Bond Yield ในตลาดมากน้อยเพียงใด
