SET ยืนไม่ไหวหลุด 1,400 จุดอีกครั้ง พบ 2 หุ้นกลุ่ม “ปูนซิเมนต์ไทย” ดิ่งแรง หวั่นงบไม่สวย ผวา! SCC งบQ4 อาจพลิกขาดทุน

เปิดตลาดเช้าวันนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงจนหลุดระดับ 1,400 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญในรอบ 22 วัน โดยแรงกดดันที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงคืออะไร และสถานการณ์แบบนี้นักลงทุนควรทำอย่างไร Wealthy Thai มีมุมมองของนักวิเคราะห์มาฝาก


นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงวันนี้มาจากแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ


โดยวานนี้คณะกรรมการของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่านโยบายการเงินผ่อนคลายอาจไม่ได้เร็วอย่างที่ตลาดคาด ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) 10 ปี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาแข็งค่า ซึ่งหากเป็นภาพแบบนี้มองว่าต้องมีการปรับสมดุลมุมมองระหว่างเฟดและตลาด


ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังมีความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ วานนี้ดิจิทัลวอลเล็ตก็มีการเลื่อนประชุมออกไป ทำให้เกิดความคลุมเครือว่านโยบายจะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งมีส่วนในการลดความเชื่อมั่น ประกอบกับตลาดยังอยู่ในช่วงติดตามการรายงายของบริษัทจดทะเบียน


โดยสัปดาห์นี้ต้องรอดูงบธนาคารอื่นๆ เพราะ TISCO ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้ทำให้ตลาดคึกคักเท่าไหร่ หากงบของธนาคารขนาดใหญ่ออกมาและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อาจจะทำให้เซนติเมนต์การลงทุนดีขึ้นก็ได้ อย่างไรก็ตาม มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยขับเคลื่อนเท่าไหร่จึงโดนขายทำกำไรออกมา


ทั้งนี้ ประเมินหากผลประกอบการของธนาคารออกมาดี ไม่ได้สร้างดาวน์ไซด์ ระดับดัชนีที่ 1,380-1,390 จุด น่าจะเอาอยู่ และตลาดน่าจะไปโฟกัสกับการประกาศงบการเงินของหุ้นกลุ่มอื่นๆ ดังนั้นหากดัชนีย่อตัวลงแตะแนวรับสำคัญนักลงทุนสามารถเข้าสะสม


สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำ คือ หุ้นที่ผลประกอบการไตรมาส 4/66 จะออกมาดีและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า เช่น CPALL, SPA, PR9, BH และ BCH


[พบ 2 หุ้นใหญ่กลุ่ม “ปูนซิเมนต์ไทย” ดิ่งแรง]

ขณะเดียวกันจากการสำรวจพบว่าหุ้นในกลุ่ม “ปูนซิเมนต์ไทย” ปรับตัวลดลงฉุดตลาด นำโดย SCC และ SCGP โดยราคาหุ้น SCC ปรับตัวลดงกว่าเกือบ 5% หลังจากที่ล่าสุดนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 มีโอกาสที่จะพลิกขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์


โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดผลประกอบการไตรมาส 4/66 ของ SCC ยังอ่อนแอโดยเทียบกับไตรมาส 3/66 แม้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างได้อานิสงส์ปัจจัยฤดูกาลและธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวแต่ไม่สามารถชดเชยความอ่อนแอของธุรกิจปิโตรเคมีได้เนื่องจากเป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงงาน ROC ตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. ราว 45 วันทำให้ปริมาณขายลดลง, ส่วนต่างปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวลงโดยSpread HDPE PP ต่ำลง 4-5%, ขาดทุนสินค้าคงคลัง 570 ล้านบาท


นอกจากนี้ความไม่สงบในเมียนมาอาจส่งผลต่อศักยภาพการกลับมาผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์(ปัจจุบันหยุดผลิตชั่วคราว) ประเด็นดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มเติมในไตรมาส 4/66 (ขึ้นอยู่กับความเห็นของ Auditor ทั้งการพิจารณาตั้งรายการ Impairment และจำนวนเงิน)


กรณีเลวร้ายมูลค่าทางบัญชีโรงงานปูนซีเมนต์ในเมียนมาช่วงต้นปี 2566 อยู่ที่ราว 3 พันล้านบาท หากหักค่าเสื่อมราคา 3-4 ร้อยล้านบาท/ปี และรายการImpairment ในไตรมาส 3/66 จำนวน 578 ล้านบาท คาดบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ครั้งนี้จะสูงสุดราว 2 พันล้านบาท


ดังนั้นจากเหตุผลข้างต้นเราประเมินไตรมาส 4/66 ขาดทุนสุทธิ 889 ล้านบาท พลิกจากกำไร 2.4 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/66 และ 157 ล้านบาท ในไตรมาส 4/65 บนสมมติฐานบันทึก Impairment 2 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าวไตรมาส 4/66 จะมีกำไรสุทธิ1.1 พันล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่จะฟื้นตัวจากปีก่อน

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us