ส่องพื้นฐาน 3 หุ้นอิงสินค้าโภคภัณฑ์ รับอานิสงส์บวกทะเลแดงตึงเครียด
สถานการณ์ในทะเลแดงยังคงยืดเยื้อ หลังจากที่สหรัฐและอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ทำให้กลุ่มกบฏฮูตีเตือนว่าจะขยายเป้าหมายโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านทะเลแดง ซึ่งรวมถึงเรือของสหรัฐ สร้างความตึงเครียดต่อการเดินเรือ เพราะอาจกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของค่าระวางเรือ และระยะเวลาในการเดินเรือ
แต่ในทางกลับกันอาจเป็นปัจจัยบวกเฉพาะตัวให้กับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ จากความกังวลซัพพลายตึงตัว ช่วยดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ให้สูงขึ้น ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีมุมมองการลงทุนและหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากประเด็นนี้มานำเสนอ
โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในเชิงกลยุทธ์ ช่วงนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้ซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลัก
โดยราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1% (DoD) ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 7% (DoD) น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น 1% (DoD) และราคายาง TOCOM เพิ่มขึ้น 2% (DoD) จากซัพพลายตรึงตัวและดีมานต์ที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลแดง หลังจากที่สหรัฐและอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน เป็นบวกต่อหุ้น PTTEP, LST, CPI, NER และ STA
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการรายบริษัทอย่าง PTTEP บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 1/67 จะประคองตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากต้นทุนการผลิตลดลงตามฤดูกาล ปริมาณขาย–ราคาก๊าซยังอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่กำไรสุทธิจะฟื้นตัวเพราะไม่มีรายการพิเศษกดดันในช่วงที่เหลือของปี แม้แนวโน้มราคาขายจะลดลงตามราคาน้ำมัน-ก๊าซ
ทั้งนี้ปริมาณขายจะเร่งตัวขึ้นจากโครงการเอราวัณตามเป้าหมาย 800 mmscfd ในเดือนเม.ย. จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 14.37% จากปีก่อน โดยสมมติฐานยังไม่รวมการเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม 280 MW (ปิดดีลช่วงไตรมาส 2/67) กรณีรับรู้เต็มปีคาดส่วนแบ่งกำไร 1 –3 พันล้านบาท
แม้กำไรปี 2567 อาจไม่ดีเท่าช่วงที่ผ่านมา แต่ถือว่าไม่เลวร้าย คงราคาเหมาะสม 165 บาท สามารถ เก็งกำไร ตามราคาน้ำมัน ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากเงินปันผลครึ่งหลังปี 66 สูง 3.1%, ความคืบหน้าโครงการ OCA, ปลอดภัยจากนโยบายภาครัฐ
ถัดมา NER บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/66 เบื้องต้นที่ 520 –550 ล้านบาท เติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า นับเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2566 ขณะที่ราคายางแท่งที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/66 ต่อเนื่องถึง 4/66 จะส่งผลบวกชัดเจนในไตรมาส 1/67
โดยคาดกำไรไตรมาส 1/67 เติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าต่อเนื่อง นอกจากนี้ปัจจุบันผ่านการตรวจสอบโรงงานจากลูกค้ายางล้อสัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่รายใหม่ คาดว่าจะเริ่มมีออเดอร์ในไตรมาส 2/67 เป็นต้นไป และหากได้แล้ว 1 ราย คาดว่าจะหนุนให้ได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่มเติมต่อเนื่อง เพราะลูกค้าต้องการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา Supplier น้อยราย
ดังนั้นยังคงประมาณการรายได้ปี 2567 ไว้ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท โต 2.1% จากปีก่อน แต่ปรับประมาณการ GPM เพิ่มขึ้นเป็น 11.6% จาก 10.9% และปรับลดดอกเบี้ยจ่ายลดลง 7.4% จากผลของการจ่ายคืนหุ้นกู้ที่อัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้น 8.6% เป็น 1,755 ล้านบาท โต 9% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567ที่ 6.80 บาท และคาดเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2566 ที่ 0.29 บาท ให้ผลตอบแทน 6.3%
ส่วน STA บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายในปี 2567 ที่ 1.5 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นราว 15% จากปีก่อน ฟื้นกลับไปใกล้เคียงระดับปี 2565 โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ด้านสภาพอากาศหาก El Nino รุนแรงอาจกระทบต่อผลผลิตและทำให้ปริมาณขายต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566-2567 ของ STA โดยคาดแนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ทั้งธุรกิจยางพาราและถุงมือยาง รวมถึงยังมีความเสี่ยงมากขึ้นจากปัจจัยด้านมหภาค
ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการปี 2566-2567 ลงเป็นขาดทุน 167 ล้านบาท และกำไรปกติ 1,120 ล้านบาท ตามลำดับ โดยต้องติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาขายเฉลี่ยยางอย่างต่อเนื่อง คงคำแนะนำ เก็งกำไร ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ราคาเป้าหมายใหม่ถูกปรับลงเป็น 17.50 บาท

