TISCO ยังมีเสน่ห์ที่ปันผล โบรกฯ ชูให้ยีลด์ 7-8% สูงสุดในกลุ่มแบงก์
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้เอาใจสายแบงก์กันด้วย TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หุ้นแบงก์ที่มีจุดเด่นด้านเงินปันผล แม้ผลประกอบการไตรมาส 4/66 จะออกมาไม่หวือหวามากนัก และแนวโน้มกำไรในปี 2567 อาจไม่โดดเด่น แต่นักวิเคราะห์มองว่ายังมีเสน่ห์จากอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่สูงสุดในกลุ่มฯ และเป็นเบอร์ต้นของ SET50
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/66 อยู่ที่ 1.78 พันล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธปี 2566 อยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท โต 1.1% จากปีก่อน ตามที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด
แต่ ROE ทั้งปียืนระดับสูงสุดในกลุ่มฯ ที่ 17% ใกล้เคียงปีก่อน บนฐาน BIS Ratio ที่ 22.3% (ขั้นต่ำตามเกณฑ์ ธปท. ที่ 11%) เป็น Tier-1 ที่ 18.9% (ขั้นต่ำตามเกณฑ์ ธปท. ที่ 8.5%) ภาพดังกล่าวยังคงเป็นจุดแข็งเหนือกลุ่มฯ ของ TISCO
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2567 ฝ่ายวิเคราะห์มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิ 2567 ลงราว 4% ให้อนุรักษ์นิยมขึ้น โดยทรงตัวจากปีก่อนที่ระดับ 7.3 พันล้านบาท แม้ปีนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) น่าจะถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงิน แต่มีความหวังจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non – NII)
ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมฯ จากการจับมือกับพันธมิตรใหม่ อย่าง บมจ. เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) ที่สามารถออกผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้า TISCO มากขึ้น เอื้อต่อการเติบโตในส่วนของ Bancassurance (สัดส่วนราว 51% ของรายได้ปี 2566)
อีกทั้งงาน IB อิง SET ณ 16 ม.ค. 67 ปรากฎหุ้นเตรียม IPO ที่ TISCO เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอย่าง บมจ. เงินเทอร์โบ (TURBO) และ บมจ. นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) เทียบกับปี 2566 รับรู้ค่าธรรมเนียม IB ราว 33 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ประมาณการใหม่ ฝ่ายวิเคราะห์กำหนดราคาเป้าหมายใหม่ปี 2567 ที่ 106 บาท (เทียบเท่า PER ที่ 11.6 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปี 2560 ถึงปัจจุบันที่ 11 เท่า) แม้ปี 2567 กำไรไม่โดดเด่น และมีหลายปัจจัยท้าทาย แต่เสน่ห์ของ TISCO อยู่ที่ 3 ปัจจัย คือ
1.Dividend Yield ราว 7 - 8% ซึ่งสูงสุดในกลุ่มฯ และเป็นเบอร์ต้นของ SET50 (จ่ายปีละ 2 ครั้ง, ครึ่งแรกปี 2566 จ่าย 2 บาท คงเหลือครึ่งหลังปี 2566 ที่ 6 บาท คิดเป็น Dividend Yield ราว 6%) บนสมมติฐาน Dividend payout ratio (DPR) ปี 2566 – 69 เฉลี่ย 88% (ปี 2565 มี DPR ที่ 86%, DPS ที่ 7.75 บาท)
2.กรณีที่กำไรคลาดเคลื่อน ด้วยระดับ BIS Ratio ที่ 22% เป็น Tier-1 ที่ 19% ประเมินช่วยให้ TISCO สามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในระดับที่นักลงทุนพึงพอใจ
3.แนวโน้ม ROE ยืนสูงราว 15 - 17% ถือว่าสูงสุดในกลุ่มฯ และมากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ในระยะ 3 ปีข้างหน้าที่คาดไม่เกิน 10%
ดังนั้นด้วย 3 เหตุผลข้างต้น ประกอบกับ SET Index ยังผันผวน จึงประเมินว่าหุ้นที่ให้ Dividend Yield สูงและมีโครงสร้างทางการเงินแกร่ง เคลื่อนไหวชนะ SET Index อย่างน้อยจนถึงช่วงก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD (ปลายเดือนเม.ย.) จึงคงแนะนำ Outperform
ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน TISCO มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 78,463.27 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 10.71 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ม.ค. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 17 ม.ค. 67 อยู่ที่ 98 บาท ปรับตัวลดลง 0.76% ในช่วง 3 เดือน และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 7.91%
ขณะเดียวกันในปี 2567-2568 ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่า TISCO จะจ่ายปันผลที่ 8 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 8% และ 8.25 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 8.2% ตามลำดับ

