TGE ตั้งเป้าปี 75 กำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 200 เมกะวัตต์ พร้อมทุ่มงบลงทุน 1 หมื่นล้าน พัฒนาโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง
TGE ตั้งเป้าปี 75 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะระดับ 200 เมกะวัตต์ ทุ่มงบลงทุน 4 ปี (67-70) 9,500-10,000 ล้านบาท พัฒนาโรงไฟฟ้าขยะต่อเนื่อง เผยอยู่ระหว่างศึกษาโรงไฟฟ้าขยะต่างประเทศร่วมกับพันธมิตร คาดชัดเจนภายใน 2 ปี ส่วนทิศทางรายได้ปี 67 คาดโตไม่ต่ำ 10%
นายพงศ์นรินทร์ วนสุวรรณกุล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าประเภทชีวมวลและขยะชุมชนของไทย โดยคาดในปี 2575 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 200 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 76.6 เมกะวัตต์
โดยบริษัทวางงบลงทุนในปี 2567-2570 ไว้ราว 9,500-10,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะชุมชน กำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ ส่วนอีก 100 เมกะวัตต์ บริษัทจะขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาการร่วมลงทุนกับพันธมิตร เบื้องต้นคาดว่าจะมีกำลังผลิตมากกว่า 20 เมกะวัตต์ และจะเห็นความชัดเจนภายใน 2 ปีนี้
สำหรับทิศทางการเติบโตในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งจะมาจากการรับรู้รายได้การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ 2 โครงการ ประเมินผลตอบแทนรวม 349.90 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาปีละ 70 ล้านบาท
โดยบริษัทเข้าทำสัญญาบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพของ บริษัท ท่าฉาง ไบโอแก๊ส จำกัด ระยะเวลา 4 ปี 9 เดือน ขนาดกำลังการผลิต 2.8 เมกะวัตต์ และ 4.2 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดย TGE จะได้รับรายได้ในสัดส่วน 50% จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตลอดอายุสัญญา ประเมินมูลค่าผลตอบแทนอยู่ที่ 332.40 ล้านบาท
เมื่อรวมกับมูลค่าผลตอบแทนจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวมวล ระยะเวลา 3 เดือนแรกก่อนเข้าทำสัญญาอีก 17.50 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ารวมสิ่งตอบแทนจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้ามีจำนวน 349.90 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 57 - 31 ธ.ค. 71
นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จ.ปราจีนบุรี และ จ.อุบลราชธานี กำลังการผลิตติดตั้งโครงการละ 9.9 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตติดตั้งรวม 76.6 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าพลังงานชีวมวล มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.7 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โครงการ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ในอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 39.9 เมกะวัตต์ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนในพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว, จังหวัดชุมพร, จังหวัดราชบุรี, จังหวัดชัยนาท และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปลายปี 2568 รวมทั้งมีธุรกิจรับบริหารจัดการโรงไฟฟ้าชีวภาพ 2 แห่ง ขนาดกำลังผลิตรวม 7 เมกะวัตต์
“TGE มุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และพลังงานจากขยะชุมชน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังศึกษาพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ TGE พร้อมสนับสนุนและลงทุนในพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือกที่ลดการเผาไหม้เชื้อเพลิง ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยปัจจุบันบริษัทสามารถกักเก็บ Carbon Credit จากโครงการต่างๆ มีปริมาณสะสมประมาณ 1.2 แสนตัน และสามารถจัดจำหน่ายให้กับองค์กรที่มีความต้องการ” นายพงศ์นรินทร์ กล่าว
