ยังไหว? JMT ดิ่ง 20% นับจากต้นปี โบรกฯ ชี้เป็นโอกาสเข้า “ซื้อ” เชื่อธุรกิจยังแกร่ง กำไรปี 67 โตต่อ
หากพูดถึงกลุ่มหุ้นแม่ลูกที่ราคาปรับตัวลดลงได้อย่างร้อนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมา แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มเจมาร์ทติดอยู่ในลิสต์ของนักลงทุนหลายคน ซึ่งบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ก็เป็นหนึ่งในบริษัทลูกที่ปรับตัวลงอย่างร้อนแรงด้วยเช่นกัน ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.67
ทั้งนี้ การสำรวจและรวบรวมราคาเคลื่อนไหวของราคาหุ้น JMT พบว่าตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 1 ก.พ.67) ได้มีการปรับตัวลดลงถึง 20.39% มาอยู่ที่ระดับราคา 20.30 บาท แต่ด้วยสัญญาณการฟื้นตัวของราคาหุ้นในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้ลงทุนได้หรือไม่นั้น ไปดูมุมมองของนักวิเคราะห์
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าราคาหุ้น JMT ที่ปรับตัวลดลง 58% ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2566 มาจนถึงปัจจุบัน (วันที่ 1 ก.พ.67) ได้สะท้อนปัจจัยของผลการดำเนินงานธุรกิจบริหารหนี้ที่มีหลักประกันที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้าไปในราคาแล้ว โดยปัจจุบันมูลค่าหุ้นปรับตัวลงอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเวลาในการเข้า ซื้อ ราคาเป้าหมาย 25 บาท
อย่างไรก็ดี ได้ปรับลดกำไรสุทธิปี 2566 ลง 3% มาอยู่ที่ 2 พันล้านบาท แต่ยังเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน เนื่องจากมีการปรับลดประมาณการการเก็บเงินสดลง 7% และปรับเพิ่มอัตราการตั้งสำรองขึ้นจาก 1.2% มาอยู่ที่ 1.6% นอกจากนี้ยังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ลง 7% มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า
โดยธุรกิจบริหารหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของ JMT จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567 หนุนโดยการบริหารหนี้ที่เพิ่มขึ้น JMT ซื้อหนี้ใหม่จำนวน 6.3 พันล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 66 เพิ่มขึ้น 278% บริษัทเริ่มเก็บเงินสดจากหนี้ใหม่ในไตรมาส 3/66 มูลค่าหนี้เสียที่ตราไว้ของบริษัทอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนก.ย.66 เพิ่มขึ้น 53% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจบริหารหนี้ที่มีหลักประกันของบริษัทคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในปี 2567 เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงซึ่งธนาคารได้กำหนดเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับลูกค้า ทั้งนี้ลูกค้าหนี้ที่มีหลักประกันของ JMT พบว่าการรีไฟแนนซ์กับธนาคารเป็นเรื่องยากลำบาก ส่งผลให้การชำระหนี้ล่าช้า
