Official Update :

“นีโอ คอร์ปอเรท” หรือ NEO ผู้นำผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภค กำลังเข้าตลาดหุ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

รู้หรือไม่! ว่าสินค้าอุปโภคที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาซักผ้า น้ำยารีดผ้าเรียบ แบรนด์ Fineline น้ำยาซักผ้าสูตรแอนตี้แบคทีเรีย แบรนด์ Smart ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่มสำหรับเด็ก แบรนด์ D-nee ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย แบรนด์ BeNice


ผลิตภัณฑ์โคโลญสำหรับผู้ชาย แบรนด์ TROS  ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขน และให้ความหอมแบรนด์ Eversense และแบรนด์ Vivite รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ้านแบรนด์ Tomi


โดยผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่มีเจ้าของเดียวกันก็คือ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO และกำลังสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


สำหรับความน่าสนใจของ “นีโอ คอร์ปอเรท” หรือ NEO จะเป็นอย่างไร หลักกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ครองใจผู้บริโภคคืออะไร แนวโน้มการเติบโตในอนาคตจะมีมากน้อยขนาดไหน แผนการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ


“นีโอ คอร์ปอเรท” หรือ NEO เป็นหนึ่งในผู้ทำการตลาด ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคชั้นนำของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก โดยผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จของ NEO ก็มีหลากหลายแบรนด์ที่กล่าวไปข้างต้น


นอกจากนี้เอง NEO ยังได้ต่อยอดความสำเร็จและพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ จากความสำเร็จในการทำการตลาดกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ (Mass Market) โดยเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ครอบคลุมผู้บริโภคในกลุ่มพรีเมียมแมส (Premium Mass) และในกลุ่มพรีเมียม (Premium) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในด้านคุณภาพหรือคุณสมบัติการใช้งานที่มีความพิเศษแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไป


โดย NEO ได้มีการคิดค้นพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในกระแสความนิยมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง


ในช่วงที่ผ่านมา NEO ถือเป็นผู้นำในการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แนวกลิ่น และส่วนผสมหลักจากสารสกัดจากธรรมชาติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปกป้องจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และมลภาวะต่างๆ


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะพลาดไม่ได้ ที่จะช่วยพัฒนาต่อยอดการขายก็คือ หลักการตลาดที่ถือได้ว่าเป็นไม้ตายเด็ดสำคัญในการพิชิตยอดขายให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่ง NEO มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับความชื่นชอบและความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ผลิตภัณฑ์


โดยเลือกใช้แผนการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ครอบคลุม และต่อเนื่อง ทั้งที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างและที่เข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม


ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ของ NEO ไม่เพียงเป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพจากผู้บริโภคในประเทศ แต่ยังได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมจากผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งทำให้ NEO มีสัดส่วนยอดขายที่มาจากต่างประเทศกว่า 15% ของพอร์ตยอดขายรวมในปี 2563 – งวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566


ดังนั้น ด้วยการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่หลากหลาย ครอบคลุมต่อความต้องการของผู้บริโภคและเหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในทุกช่วงอายุ


รวมไปถึงการสื่อสารทางการตลาดและเข้าถึงผู้บริโภค อีกทั้งยังมีกิจกรรมทางการตลาดที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ NEO มีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


โดย NEO มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 6,767.54 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 7,445.23 ล้านบาท ในปี 2564 และเป็น 8,300.69 ล้านบาท ในปี 2565 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 10.01% และ 11.49% ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 เท่ากับ 7,028.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,050.93 ล้านบาท จาก 5,977.93 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 17.58% และมีกำไรสุทธิ สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 เท่ากับ 689.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 382.72 ล้านบาท จาก 306.56 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 124.84%


สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ NEO มีการเสนอขายหุ้นจำนวนไม่เกิน 87,500,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 29% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 78,000,000 หุ้น คิดเป็น 26% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ และ (2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนไม่เกิน 9,500,000 หุ้น คิดเป็น 3% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน NEO จะนำไปต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโตในด้านของการลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน ซึ่งรวมถึงการขยายคลังวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ และระบบบริหารจัดการคลัง


และส่วนที่เหลือจะใช้ในการชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ


จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะสะท้อนให้เรามองเห็นภาพรวมธุรกิจของ NEO และหลักกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ครองใจผู้บริโภค รวมไปถึงการต่อยอดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ และที่สำคัญ NEO ยังมีแผนสร้างการเติบโตในอนาคตด้วยการเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย


Most Viewed
Stock of the Day
TACC ทุ่ม 45 ลบ. ถือหุ้น 30% ลุยแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” จ่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 4/69 แย้มแผนดันเข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา 4 หุ้นค้าปลีกไอที รับธีมเปิดตัว iPhone 18 โบรกฯ แนะเก็งกำไรก่อน 3 สัปดาห์ SPVI เด่นสุด ให้ผลตอบแทน 9.7%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลุ้นครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น รับไฮซีซั่น-ปัญหาวัตถุดิบคลี่คลาย โบรกฯ ชู DELTA ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update