BTS ย้อนหลัง 1 เดือน ทรุดกว่า 17% โบรกฯ ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ชี้ ยังต้องแบกขาดทุนบ.ย่อยและสายสีเหลือง-ชมพู
ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนหลายตัวได้ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง ด้วยภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่ไม่เป็นใจต่อบรรยากาศการลงทุนและส่วนหนึ่งก็มาจากความกังวลถึงตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 4/66 และทั้งปี 2566 ที่อาจจะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมไปถึงบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ด้วยเช่นกัน
แต่จะเป็นการประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 (สิ้นสุด ธ.ค.66) ที่ตลาดมองว่าจะอ่อนแอกว่าคาด จากการรวบรวมข้อมูลสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นย้อนหลัง 1 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.67 ถึง 7 ก.พ.67) พบว่ามีการปรับตัวลดลงกว่า 17.12% มาอยู่ที่ 6.05 บาท
โดยมุมมองจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้คำแนะนำ “ถือ” จาก “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 6.31 บาท แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงมาระดับหนึ่ง แต่ในระยะสั้นยังขาดปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นและยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสัมปทานสายสีเขียวหลัก
นอกจากนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานของ BTS จะได้รับแรงกดดันจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของบริษัทในเครืออย่าง VGI, KEX และ RABBIT ฯลฯ และส่วนแบ่งผลขาดทุนจากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่อ่อนแอ ซึ่งอาจยืดเยื้อต่อไปได้หากจำนวนผู้โดยสารแต่ละสายไม่สามารถแตะระดับคุ้มทุนที่ 120,000-140,000 เที่ยวต่อวัน
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 คาดจะมีผลขาดทุนสุทธิ 4 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่ลดลงจากธุรกิจก่อสร้างและส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจาก KEX, RABBIT และ JMART และรวมส่วนแบ่งผลขาดทุนจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำหรับกำไรปกติในช่วง 9 เดือนปี 67 จะอยู่ที่ 93 ล้านบาท คิดเป็น 9.5% ของกำไรปี 2567
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะส่งผลขาดทุนมาที่ BTS ราว 500 ล้านบาท ในปี 2567 ส่วนในกรณีของรถไฟฟ้าสายสีชมพู คาดว่าจะมีผลขาดทุน 125 ล้านบาท ในปี 2567 แต่เมื่อมีการให้ส่วนลดค่าโดยสาร 15% จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก 23.8 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีกรณีที่เกิดกับรถไฟฟ้าทั้งสองสายจะทำให้กำไรมีดาวน์ไซด์เพียงเล็กน้อย แต่เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนจากธุรกิจหลัก 119 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกปี 2567 ในขณะที่กำไรเต็มปีจะอยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท จึงจะทบทวนประมาณการกำไรใหม่อีกครั้งหลังจากไตรมาส 4/67
ทั้งนี้ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคเป้าหมายที่ 8.50 บาท โดยถึงแม้ว่าเราจะให้คำแนะนำซื้อ แต่มีมุมมองบวกน้อยลงกับ BTS เพราะเหลืออัพไซด์ถึงราคาเป้าหมายอีกไม่มากและอาจจะมีการปรับลดประมาณการกำไรลงอีก
