Official Update :

จับตา KTB เคาะจ่ายปันผลปี 66 โบรกฯ คาดให้ยีลด์สูงเกิน 4%

ในขณะที่บริษัทจดทะเบียนต่างๆ กำลังทยอยรายงายผลประกอบการปี 2566 หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่รายงานงบการเงิน น่าจะใกล้เข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผลแล้ว โดยเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี นักลงทุนส่วนใหญ่จึงให้ความสนใจอย่างมาก


ดังนั้นหุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงมีหุ้นธนาคารขนาดใหญ่อย่าง KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สำหรับปี 2566 เกิน 4% และมีแนวโน้มที่ผลการดำเนินงานในปี 2567 จะฟื้นตัวดีมานำเสนอ


โดย KTB เป็นหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลประมาณ 40% ของกำไรสุทธิ ซึ่งแต่ละปีจะขึ้นอยู่กับผลกำไรที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินธุรกิจของธนาคารในปีนั้นๆ ด้วย โดยในปี 2566 KTB มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 36,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% จากปีก่อน


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด จึงคาดการณ์ว่าสำหรับผลประกอบการปี 2566 KTB จะจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.8 บาท คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.3% ขณะที่ปี 2567-2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.94 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.2% และ 0.99 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.5% ตามลำดับ


ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานฝ่ายวิเคราะห์คาดผลการดำเนินงานในปี 2567 ของ KTB จะฟื้นตัวขึ้น จากปัจจัยหนุน คือ 1. การตั้งสำรองลดลง หลังเร่งตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้รายใหญ่และบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันไปมากแล้ว ขณะที่ลูกหนี้ในกลุ่มอื่นๆ ยังมีความสามารถในการชำระคืนเงินได้ดี


2.คาดจะเห็นพอร์ตสินเชื่อกลับมาขยายตัว หลังรัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้คาดว่าจะมีเงินสินเชื่อโครงการภาครัฐฯ เข้ามาจำนวนมาก และ 3. คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม ทั้งนี้ คาด NIM ของ KTB จะเริ่มลดลงตั้งแต่ไตรมาส 1/67 เป็นต้นไป จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและต้นทุนเงินฝากประจำที่จะถูก Repricing เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คาดว่า KTB จะมีกำไรสุทธิปี 2567 ราว 43,791 ล้านบาท โต 19.6% จากปีก่อน


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าช่วงสั้นตลาดจะตอบรับเชิงลบต่อผลดำเนินงานที่แย่กว่าคาด จากการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงจากลูกหนี้รายใหญ่ ทำให้ในเชิงกลยุทธ์อาจเลี่ยงการลงทุนไปก่อนจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ (คาดจะจัดประชุมนักวิเคราะห์ช่วงปลายเดือนก.พ. 67 เพื่อแถลงเป้าหมายทางการเงินของปี 2567)


ขณะที่ในแง่ของราคาหุ้น ปัจจุบันยังมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานปี 2567 เดิมที่ 23 บาท และคาดมีปัจจัยช่วยเสริมจากเงินปันผลของปี 2566 ที่คาดจะจ่ายหุ้นละ 0.8 บาท คิดเป็น Dividend Yield 4.3% ในเชิงพื้นฐานฝ่ายวิเคราะห์จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”


ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน KTB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 216,628.95 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 5.61 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.พ. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 15 ก.พ. 67 อยู่ที่ 15.50 บาท ปรับตัวลดลง 15.76% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 4.40%


Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us