Official Update :

ส่องปัจจัยพื้นฐาน Alibaba ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทยทยอยประกาศงบการเงิน ในฝั่งของบริษัทจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศก็กำลังรายงานผลประกอบการเช่นเดียวกัน


โดย Alibaba Group Holding Limited (Alibaba) อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยงบไตรมาส 3 เดือนต.ค.- ธ.ค. 2566 ออกมาต่ำกว่าคาด จากการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งนักวิเคราะห์จะมีมุมมองต่อประเด็นนี้อย่างไร ในระยะถัดไป Alibaba ยังเติบโตได้หรือไม่ และนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ลงทุนแบบไหน Wealthy Thai มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก


ผลประกอบการของ Alibaba ในเดือนต.ค.- ธ.ค. 2566 ซึ่งเป็นไตรมาส 3 ของปีงบการเงินบริษัท มีรายได้รวม 260,348 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,717 ล้านหยวน ลดลง 77% ซึ่งนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า งบออกมาผิดคาด รายได้ต่ำกว่าที่คาดและเติบโตเล็กน้อย


ขณะที่กำไรที่ปรับตัวลดลงแรง มาจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงการประเมินมูลค่าจากการลงทุนในตราสารทุนและการด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต Sun Art และออนไลน์ รวมถึงบริการสตรีมมิ่งวิดีโอ Youku


จากภาพรวมงบที่ออกมาฝ่ายวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันในจีนโดยเฉพาะกลุ่มคอมเมิซยังคงรุนแรง โดย Alibaba เสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งที่มีการขายสินค้าราคาถูกกว่าอย่าง PDD และ Byte Dance ซี่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าธุรกิจนี้เริ่มเข้าสู่ในจุด Red Ocean ที่ต้องลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงทำให้การขยายตัวของมาร์จิ้นค่อนข้างจำกัด โดย EBITDA ขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น


และถึงแม้บริษัทจะมีการประกาศซื้อหุ้นคืน แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าด้วยความเชื่อมั่นในปัจจุบันที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้แผนการดำเนินงานดังกล่าวอาจไม่เห็นผลและเป็นการเพิ่มต้นทุนโดยใช่เหตุ นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาออกจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักอย่างธุรกิจค้าปลีกที่การแข่งขันสูงและทำกำไรได้น้อย


อย่างไรก็ดีการออกจากธุรกิจต้องใช้ระยะเวลาในระดับนึง ซึ่งหากมีการทำจริงคาดว่าจะเห็นผลได้ในช่วง 2-3 ไตรมาสถัดไป ขณะที่ธุรกิจในต่างประเทศยังดีและมีผลการดำเนินงานที่แกร่ง โดยคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นราว 60% ซึ่งเป็นจุด Bright Spot ที่จะทำให้บริษัทเพิ่มการเจาะตลาดในต่างประเทศได้


ถึงแม้ในระยะยาว Alibaba จะยังมีความโดดเด่นจาก 1. แพลตฟอร์ม E-commerce ขนาดใหญ่ในจีนหากเทียบด้วย Gross Merchandise Volume, 2. มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ รวมถึงมีอัตราการกลับมาใช้งานอีก (Retention Rate) กว่า 90%, 3. ธุรกิจมีความหลากหลายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจคลาวด์ โลจิสติกส์ E-commerce ฯลฯ และ 4. ฐานะทางการเงินและ Balance sheet แกร่ง


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าสิ่งที่กดดันในภาพใหญ่ของ Alibaba คือการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยประเมินว่าปัจจัยเสี่ยงนี้จะกดดันบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนระยะยาวของบริษัทสูญหายไป อีกทั้งการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานของ Alibaba ยังคงมีความไม่ชัดเจน ทำให้มองว่าแนวโน้มผลประกอบการและปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันอาจสอดคล้องไปกับภาพมูลค่าหุ้นในปัจจุบัน


ด้วยภาพนี้ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์การลงทุนสำหรับ Alibaba คือ 1. สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้น แนะนำติดตามทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังที่ต้องติดตามว่าแผนการปรับโครงสร้างองค์กรจะเห็นผลได้หรือไม่ ซึ่งหากว่าราคามีการฟื้นตัวในช่วงนั้น แนะนำหาจังหวะขายออกเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และหันไปเล่นหุ้นตัวอื่นที่ให้ Risk Reward ที่น่าจะคุ้มค่ากว่า


ส่วนนักลงทุนที่ไม่มีหุ้น มองว่าการฟื้นตัวของ Alibaba ยังคงมีความไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำมอง Peers อย่าง AMZN ที่เริ่มมุ่งไปที่ธุรกิจที่ทำกำไรและมีภาพการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึง PDD ที่ธุรกิจยังคงมีการขยายตัวได้มากกว่า ด้าน Bloomberg ให้ราคาเป้าหมาย Alibaba ไว้ที่ 108.6 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบัน