คัด 8 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ ส่งออกไทยโตแรง
อีกหนึ่งฟันเฟืองหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย อย่าง “ภาคการส่งออก” ด้วยบทบาทความสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ จึงทำให้หลายๆฝ่าย ติดตามตัวเลขของอัตราการส่งออกถึงทิศทางการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาและในอนาคตว่าจะออกมาเป็นเช่นกัน
และล่าสุดในเดือน ม.ค. 67 กระทรวงพาณิชย์ก็ได้รายงานยอดส่งออกไทยว่า มีการเติบโตจากช่วงเดียวกันถึง 10% สูงสุดในรอบ 19 เดือน และดีกว่าตลาดคาดที่ 7.9% ดังนั้นด้วยสัญญาณการเติบโตดังกล่าว ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการหาจังหวะลงทุนหุ้นไทย
หากถอดมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุว่า ยอดส่งออกไทย เดือน ม.ค. 67 เติบโตจากช่วงเดียวกัน 10% สูงสุดในรอบ 19 เดือน และดีกว่าตลาดคาดที่ 7.9% เติบโตได้ทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมที่เติบโตเด่น ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดส่งออกเหล็ก, อัญมณี,โทรศัพท์, คอมพิวเตอร์ และเครื่องจักรกล
ส่วนสินค้าเกษตรพลิกกลับมาโตเด่นถึง 14% จากข้าว, ผลไม้, ไก่ และยางพารา ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรโต 3.8% แต่สินค้าที่โตเด่นคือ ผลไม้กระป๋อง, น้ำผลไม้, ข้าวโพดหวานกระป๋อง, อาหารสัตว์เลี้ยง, สิ่งปรุงรส และเครื่องดื่ม ทิศทางการส่งออกยังดูดีตามภาคการผลิตของประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดียังต้องติดตามความรุนแรงในทะเลแดง
สำหรับแนวโน้มส่งออกไทยเดือน ก.พ. มองว่ายังมีทิศทางเป็นบวกโดยมีแรงหนุนคือการ Restock สินค้าหลังผ่านช่วงตรุษจีน เชิงกลยุทธ์เรามองว่ากลุ่มส่งออกยังน่าสนใจตามทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แนะนำเก็งกำไรเป็นรายกลุ่มสินค้า เช่น AAI, ITC, XO, TIPCO, ICHI, NER, STA, GFPT
ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานหุ้นรายตัว เริ่มที่ AAI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประมาณกำไรปี 2567 ที่ 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากการขยายลูกค้าใหม่ 2 รายในปีนี้ซึ่งเป็นรายใหญ่โดยรายแรกจะเริ่มส่งมอบไตรมาส 1/67 และอีกรายช่วงครึ่งปีหลังปี 67 ดังนั้น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 5 บาท
ต่อมาที่ ITC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินกำไรปี 2567 ที่ 2,924 ล้านบาท เพิ่ม 28% ตามการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง แต่ด้วยระยะสั้นราคาหุ้นขาดปัจจัยบวกหนุน จึงให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 22 บาท
ฟาก XO นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปี 2567 ที่ 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากการเติบโตของอเมริกาที่ได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายและเพิ่มสินค้าใหม่ แต่ด้วยกำไรในระยะสั้นที่ได้ผ่านจุดพีคไปแล้ว จึงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 28.25 บาท
ขณะที่ ICHI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรปี 2567 ที่ 1,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น, การเดินเครื่องกำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นหนุนอัตรากำไรขั้นต้น และส่วนแบ่งกำไรจากอินโดนีเซียที่ดีขึ้น ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.60 บาท
ด้าน NER นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปี 2567 ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% โดยได้อานิสงส์หลักจากราคาขายที่ปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคายางธรรมชาติ ส่งออกโดยรวมฟื้นตัวโดยเฉพาะจีน และการขยายลูกค้ารายใหม่ ดังนั้น จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 6.80 บาท
ขณะที่ STA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินในปี 2567 จะพลิกมีกำไรที่ 1,120 ล้านบาท จากราคาขายธุรกิจยางพาราที่ดีขึ้นตามทิศทางยางแท่งในตลาด SICOM รวมถึงเริ่มเห็นสัญญาณของปริมาณคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่ม Non-China ที่ฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น จึงแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 17.90 บาท
สุดท้าย GFPT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดว่าในปี 2567 จะมีกำไรอยู่ที่ 1,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากการส่งออกที่กลับมาดี ไม่ว่าจะเป็นตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรป ขณะที่ราคาไก่ในประเทศที่คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างไม่มีช่วงขาดทุนเหมือนปีก่อน จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.60 บาท

