มีนาแล้ว...เมื่อไหร่จะมีกำไร? คัดหุ้นเด่นสุดประจำเดือนมี.ค.67
บทสรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ.67 ดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,370.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.15 จากเดือนก่อนหน้า โดยในระหว่างเดือนดัชนีปรับตัวทำจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ระดับ 1,405.13 จุด และทำจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ระดับ 1,357.39 จุด ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,862.14 ล้านบาท เทียบเดือนก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 30,874.11 ล้านบาท
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค.67 จะเป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทย มี.ค. คาดจะเห็นการฟื้นตัวของ SET Index ได้บ้าง โดยหลังจากที่ตลาดพักฐานในช่วงเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ จึงมองว่าดัชนี SET มีโอกาสจะฟื้นตัวได้ในระดับปานกลางในเดือนมีนาคม
ทั้งนี้ประการแรก เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งมากขึ้น จากการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปี 2567 ของสหรัฐ จีน และอินเดีย ซึ่งความกังวลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอย ทำให้เชื่อว่าการปรับความคาดหมายเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยจะไม่กระทบกับตลาด
ประการที่สอง ถึงแม้ว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 4/66 ส่วนใหญ่จะออกมาต่ำกว่าประมาณการ แต่หลายอุตสาหกรรมแสดงสัญญาณว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะฟื้นตัวได้ในปี 2567 ดังนั้น การปรับลดประมาณการ EPS ปี 2567 จึงไม่ได้มากอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สาม ตลาดหุ้นในประเทศน่าจะตอบรับในเชิงบวกกับความคืบหน้าของการพิจารณา พรบ. งบประมาณปี 2567 โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ คณะรัฐมนตรีได้ปรับเร่งกรอบเวลาของกระบวนการพิจารณางบประมาณรัฐบาล มุ่งเป้าจะลงมติของทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม เพื่อที่จะได้ทูลเกล้าภายในต้นเดือนเมษายน ซึ่งจากประเด็นต่างๆ ข้างต้น และราคาหุ้นไทยที่ค่อนข้างถูก ทำให้เราคาดว่าน่าจะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นจากต่างชาติเพิ่มขึ้นในเดือนนี้
ดังนั้นหุ้นแนะนำ มี.ค. ได้แก่ PTTGC, SPRC, AAV, AOT, CPALL, CK และ STEC โดยมองว่าหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า ได้แก่หุ้น global cyclical ที่โยงอยู่กับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการกระตุ้นทางการเงินของจีน (เลือก PTTGC และ SPRC)
หุ้นที่จะได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น (เลือก AAV, AOT และ CPALL) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ ซึ่งจะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าในกระบวนการพิจารณา พรบ. งบประมาณปี 2567 ในเดือนนี้ (เลือก CK และ STEC)
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า เดือน มี.ค. อยู่ในช่วงของการรอปัจจัยเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในเดือน เม.ย. อาจช่วยให้ SET Index ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นได้ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์เรียกความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย หลังออกแนวทางแก้ไขปัญหาการ SHORT SELLING และ PROGRAM TRADING
รวมถึงเพิ่มชั่วโมงซื้อขายจาก 4 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน เป็น 5 ชั่วโมงต่อวัน คาดจะช่วยหนุนให้มูลค่าซื้อขาย ค่อยๆ เพิ่มขึ้น จน TURNOVER กลับมาเหนือ 70% ต่อปี รวมถึง FUND FLOW ต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยในระยะถัดไป
โดยกลยุทธ์การลงทุนเดือน มี.ค. ประเมิน SET INDEX แกว่งตัวในกรอบ 1350 –1430 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้น 3 ธีม 1. หุ้นรับมาตการภาครัฐ เริ่มขยายมาตรการฟรีวีซ่าจีนถาวร และคาซักสถาน ดีต่อ AOT, BDMS, CPN เร่งระยะเวลาเบิกจ่ายงบประมาณ 67 SCCC 2. หุ้นเตรียมรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง หุ้นปันผล SPALI, MTC 3. หุ้นคาดหวังเศรษฐกิจจีนฟื้น PTTGC

