Official Update :

รวบแก๊งหุ้นคริปโตฯ ปี 66 ธุรกิจ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ดีแค่ไหน?

สภาวะตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ซึ่งหลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่า มาจากแรงเก็งกำไรประเด็น Bitcoin Halving ในเดือน เม.ย. 67 ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นที่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี รับอานิสงส์เชิงบวกตามไปด้วย ทั้ง  JTS, TTA, BROOK และ ZIGA เป็นต้น


ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจรวจทั้ง 4 บริษัทดังกล่าวว่า รอบผลประกอบการปี 2566 ที่ผ่านมา มีการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี อย่างไรกันบ้าง


เริ่มกันที่ JTS รายงานผลประกอบการปี 2566 พบว่า รายได้จากธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ 128.69 ล้านบาท ลดลง 14.38 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 10.05% สาเหตุจากในไตรมาส 1 มีการระงับการเดินเครื่องขุดบิทคอยน์ โดยในปี 2566 มีเหรียญบิทคอยน์รวมทั้งสิ้น 245.88630025 เหรียญ


โดย JTS เปิดเผยแผนธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ BTC Mining มีแผนเพิ่มเครื่องขุด และเพิ่มการใช้พลังงานจาก Solar หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าไฟในระยะยาวและเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


สําหรับราคา BTC ได้ ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยมีปัจจัยบวกหลายประการ เช่น การ Halving ที่กําลังจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2567 ปัจจัยเสริมจากการที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติ BTC ETFs


ทําให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนใน BTC ได้ง่ายขึ้น ผ่านกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน BTC ด้วยการซื้อ เพื่อถือครองจริงและมีราคาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาตลาดของ BTC ในปัจจุบัน และหากอัตราดอกเบี้ยมีการลดลงตามที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2567 ยิ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เงินทุนหมุนมายังตลาด BTC มากขึ้นได้


ต่อด้วย TTA รายงานในส่วนของสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 TTA มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 42,973.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,380.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกหนี้การค้า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์


โดยสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ที่ระดับ 2,767.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,246.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 82% เนื่องจากการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2566 และการปรับมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลตามมูลค่าทางตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น


ส่วน BROOK รายงานว่า ขาดทุนจากสินค้าคงเหลือสินทรัพย์ดิจิทัลปี 66 รวม 31.82 ล้านบาท  แบ่งเป็น มีรายได้จากการมีเหรียญเพิ่มที่เป็นดอกผลจากเหรียญที่ได้เข้าลงทุน 34.46 ล้านบาท มีกำไรจากการขายเหรียญ 13.09 ล้านบาท แต่ขาดทุนจากการรับเหรียญ BNB ตามสัญญาซื้อขายและการแลกเปลี่ยนเหรียญ 79.83 ล้านบาท ส่วนค่าธรรมเนียมและอื่นๆ 0.46 ล้านบาท


ปิดท้ายกันที่ ZIGA รายงานว่า ในปี 2566 บริษัทไม่มีรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยรายได้ที่เกิดจากการขุดสกุลเงินดิจิทัล ลดลง 100% จากปี 2565 แต่บริษัทมีการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2566 จำนวน 2.1 ล้านบาท และมีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2566 จำนวน 2.7 ล้านบาท


ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ประเมินทิศทางราคา Bitcoin ภาพยังแกว่งตัวขึ้น โดยมองแนวต้านถัดไปบริเวณ 6.5 หมื่นเหรียญฯ  มองจุด Stop loss โซน 55,692/ 58,687 เหรียญฯ  


ทั้งนี้แรงหนุนตลาดยังคงเก็ง Bitcoin Halving จะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.67 ซึ่งมองหุ้นที่เชื่อมโยง คริปโตฯ มีจิตวิทยาบวกทั้ง BROOK, ZIGA, TTA  แต่แนะนำเพียงเก็งกำไรตามทิศทางราคา Bitcoin เน้น BROOK


สำหรับ BROOK รายงานงบไตรมาส 4/66 พลิกกลับมากำไรสุทธิ 398.8 ล้านบาท หลักๆ แรงหนุนจากราคา Bitcoin ที่ปรับขึ้นมาราว 56% ในช่วงไตรมาส 4  โดยล่าสุด BROOK  มีการลงทุนใน Digital Asset สัดส่วนราว 33% ณ ไตรมาส 4/66 เร่งขึ้นจาก 20% ไตรมาส 3/66


ส่วน ZIGA  มีเหรียญ Bitcoin สัดส่วนการลงทุนน้อย ณ งวดไตรมาส 4/66 อยู่ที่ 1.53 ล้านบาท มองการเคลื่อนไหวราคา Bitcoin ต่อราคาหุ้นมองเป็นจิตวิทยาเชิงบวก และ TTA มีสินทรัพย์ดิจิทัล ณ ไตรมาส 4/66 สัดส่วนราว 6.4% เร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 6% ณ ไตรมาส 3/66