Official Update :

ตลาดหุ้นไทยไร้ความหวังใหม่? โบรกเกอร์-กองทุน-ต่างชาติรุมขาย แต่ “รายย่อย” ยังแบกซื้อหุ้นไทย 3 หมื่นลบ.

ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในแต่ละวันที่ผ่านมา ไม่พบกับปัจจัยบวกภายในประเทศที่จะคอยเข้ามาสนับสนุน หรือช่วยกระตุ้นให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เลย


มิหนำซ้ำจะมีแต่ปัจจัยลบจากต่างประเทศที่เข้ามากดดันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด หรือปัญหาสงครามกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน


รวมไปถึงบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆที่เข้ามาดึงดูดเม็ดเงินในตลาดหุ้นให้หายไป อย่างเช่น สินทรัพย์ประเภทคริปโตฯ หรือทองคำ


โดยความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในภาคเช้าวันนี้ (11 มี.ค.67) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสูงสุดอยู่ที่ 6.33 จุด ซึ่งดัชนีปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,380 จุด โดยปิดตลาดภาคเช้าดัชนี SET อยู่ที่ 1,382 จุด ลดลง 3.93 จุด ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเพียง 19,068 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะมีมาตรการกำกับดูแล Short Selling และ Program Trading ก็ยังไม่วายสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หรือตลาดหุ้นไทย


[รายย่อยเป็นผู้แบกตลาดหุ้นไทย]

แต่ในทางกลับกัน ภาพรวมของตลาดหุ้นไทย กลับโดยนักลงทุนต่างประเทศ บัญชีหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันในประเทศรุมขายออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ขณะที่นักลงทุนรายย่อยที่เป็นผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบกลับเป็นผู้ที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยเอาไว้


โดยหากย้อนดูข้อมูลสรุปประเภทบัญชีนักลงทุนซื้อขายสุทธิหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 8 มี.ค. พบว่า นักลงทุนต่างประเทศ บัญชีหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันในประเทศ รุมขายหุ้นไทยรวมกันไปแล้วกว่า 38,225 ล้านบาท


ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเป็นเดอะแบก ซื้อสุทธิหุ้นไทยเท่ากับ 38,225 ล้านบาท มาถึงขนาดนี้แล้วขอส่งเสียงสะท้อนไปยังผู้คุมกฎว่า ยังไม่เห็นใจนักลงทุนรายย่อยกันอีกหรือ


[ตลาดหุ้นไทยไร้ปัจจัยสนับสนุน]

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาด SET Index ในภาคบ่ายจะแกว่งตัว Sideways down หลังไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่


ประกอบกับกับอาจมีแรงขายปิดความเสี่ยงก่อนที่จะสหรัฐฯจะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ. 67 ในคืนวันพรุ่งนี้ หลังตัวเลขแรงงานที่แข็งแกร่งอย่างการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ. 67 ที่เพิ่มขึ้น 275 แสนตำแหน่ง จาก 229 แสนตำแหน่งในเดือนม.ค. 67 ซึ่งได้สร้างความกังวลอัตราดอกเบี้ยระดับสูงยาวนานของเฟดให้แก่นักลงทุน


[โบรกฯหั่นเป้า SET สิ้นปีเหลือ 1,650 จุด]

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่ากำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทที่ศึกษาเพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน แต่ลดลง 29% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรในปี 2566 ยังทรงตัวจากปีก่อนหน้า


โดยบริษัทที่ศึกษาทำกำไรในไตรมาส 4/66 สูงกว่าที่คาดการณ์ราว 26% ขณะที่ 34% มีผลประกอบการน่าผิดหวังและ อีก 40% ทำกำไรสอดล้องกับประมาณการของเรา ซึ่งต่างจากในไตรมาส 3/66 ที่มีบริษัททำกำไรสูงกว่าคาดเพียง 12%


สำหรับธีมลงทุน คือ ธีมการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเงินบาทอ่อนค่า โดยเราชื่นชอบ CK, CPALL, CPF, CRC, ERW, LH และ SIRI จากธีมดังกล่าว


ทั้งนี้ปรับลดเป้าดัชนี SET สิ้นปีเป็น 1,650 จุด และ Top pick ของเรา คือ AMATA, BBL, BCH, CPALL, ERW, PTTEP, TU และ SCB
Most Viewed
Insurance
BLA เผย 8 เดือนเบี้ยโต 5% เหนืออุตฯ ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มพันธบัตรรัฐบาล เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รับสังคมสูงวัย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ อีก 4 ชั่วโมง
Stock of the Day
บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us