เปิดรายชื่อ 11 หุ้นรับประโยชน์ งบประมาณปี 67 เงินสะพัด 3.48 ล้านลบ.
Highlight สำคัญในสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง งบประมาณประจำปี 2567 มูลค่ากว่า 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 9.3% จากปี 2566 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เพราะงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เพิ่มขึ้นเพียง 2% ต่อปี แต่จะมีหุ้นตัวไหนที่เตรียมรับผลประโยชน์บ้าง คอลัมน์ “โพยหุ้น” ประจำวันจันทร์หาคำตอบมาให้แล้ว
หากถอดการประเมินของนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ โดยงบประมาณรายจ่ายเร่งตัวขึ้น 9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ต่ำเพียงเพิ่มขึ้น 2% ต่อปี และรอบนี้มีช่วงเบิกจ่ายสั้นเพียง 6 เดือน ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งเบิกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
สำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2567 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่เข้มข้นมากขึ้น โดย สส. จะโหวต พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 วาระ 2-3 วันที่ 20-21 มี.ค. และ สว. โหวตวันที่ 26 มี.ค. ก่อนที่สภาฯ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯวันที่ 3 เม.ย.
แม้ในเชิงสถิติไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการอนุมัติงบประมาณกับ SET INDEX โดยการอนุมติงบประมาณล่าช้าครั้งล่าสุด คือ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ที่สภาฯพิจารณาช้าไป 4 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ COVID-19 ระบาดพอดี จึงแทบไม่พบความสัมพันธ์กับการลงทุนแม้แต่น้อย
แต่การโหวตงบประมาณรอบนี้ คาดว่าส่งผลบวกต่อ SET INDEX อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจาก 1.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ที่ 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 9.3% จากปี 2566 ถือว่าเร่งตัวขึ้นมาก เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยในอดีตที่ 2% ต่อปี
2.ช่วงเวลาใช้งบประมาณสั้นเพียง 6 เดือนระหว่าง เม.ย.-ก.ย. 2567 ทำให้การเบิกจ่ายแต่ละเดือนจะสูงเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับการเบิกจ่ายของปีงบประมาณปกติ
3.สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจปัจจุบัน ขาดการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมานาน สะท้อนจากปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ (M2) ที่ทรงตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/66 งบประมาณที่กลับมาเบิกจ่ายได้ จึงทำให้ตลาดทุนเล่นบนความคาดหวังกับการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมากขึ้น
ขณะที่ จากการพิจารณาโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2567 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ และตลาดทุน ล้วนได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น คือ มหาดไทย 3.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6%, คมนาคม 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8%, สาธารณสุข 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8%, ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 30.1% จากปีก่อน
ทั้งนี้ถ้าพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ 6 ด้าน โดยตัดแผนบริหารหนี้ออก พบว่าแผนปี 2567 ไม่ได้ต่างจากแผนปี 2566 มากนัก โดยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานบุคลากรภาครัฐ และการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น
แต่มีข้อสังเกตตรงที่งบประมาณด้านดิจิทัลปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแผนบูรณการรัฐบาลดิจิทัล, การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
ดังนั้น เมื่ออิง Timeline การพิจารณาพ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ที่จะเข้มข้น ภายใต้อุปสรรคทางการเมืองที่คาดว่ายังไม่เร่งตัวขึ้นในช่วงนี้ เพราะรัฐบาลยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือในการบริหารประเทศภายใต้การเบิกจ่ายงบประมาณตามปกติ จึงคาดว่า SET INDEX จะตอบรับเชิงบวกในช่วงพิจารณางบประมาณ
โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และแผนงบประมาณที่เน้นด้านดิจิทัลมากขึ้น เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง, ธนาคารพาณิชย์, โรงไฟฟ้า, และสื่อสาร รวมถึงกลุ่มค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และไฟแนนซ์ที่จะได้ผลดีจากเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
สำหรับหุ้นใน Coverage ที่เข้า Theme ดังกล่าว และราคาหุ้นยังมี Upside เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมาย รวมถึงผลประกอบการปีนี้มีการเติบโต และได้ Yuanta ESG Rating ระดับ AA ขึ้นไป คือ CK, SCC, SCB, GULF, THCOM, SYMC, BE8, CPALL, BJC, OSP, SAWAD

