สำรวจ 9 หุ้นใหญ่ธีม China Play รับจีนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
หุ้นธีม China Play อาจกลับมาน่าจับตามองอีกครั้ง หลังรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้ GDP เติบโตตามเป้าหมาย 5% อีกทั้งล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อในล่าสุดของจีนกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน Sentiment การลงทุนในทั้งในตลาดหุ้นจีนและหุ้นไทย ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีหุ้นในธีม China Play ที่น่าสนใจมาฝากนักลงทุน
โดยจีนนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จีนได้เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สำหรับเดือนก.พ. ที่ +1% จากเดือนก่อนหน้า และ +7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และพลิกกลับเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนก.ย. 2566
สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นในการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ คาดเป็นประเด็นที่ทำให้ Sentiment การลงทุนตลาดหุ้นจีนคือ CSI 300 และ HSI ปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้น โดยประเมินการรายงานเงินเฟ้อต่อจากนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีน ซึ่งแม้อาจพลิกกลับไปติดลบแต่หากสูงกว่าตลาดคาดจะยังเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการถือครองสินทรัพย์ในระยะกลาง-ยาว
นอกจากนี้ คาดทางการจีนยังไม่หยุดกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นตลาดทุน โดยนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมาจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคและการช่วยเหลือทางด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ไม่เพียงปัจจัยข้างต้นจะเป็นการจำกัด Downside Risk ของตลาดหุ้นจีน แต่ด้วยสถานการณ์ในภาคการผลิตที่ยังฟื้นตัวได้ช้า สะท้อนจากการรายงานดัชนี PPI (ก.พ.) ที่ยังปรับตัวลดลง -2.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตของ GDP ปี 2567 ที่ราว 5% ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อสภาวะการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี
ทั้งนี้ ยังคงมุมมองบวกต่อการลงทุนในธีม “China Play” ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ประเมินหุ้นไทยที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนจะได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการรายงานเงินเฟ้อและการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีน แนะนำเข้าสะสม SCC, SCGP, STA, NER, TEGH, AOT, AAV, PTTGC และ IVL
สำหรับทิศทางการเติบโตของ SCC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรปี 2567 ฟื้นตัวจากปีก่อนจาก 1. ธุรกิจวัสดุก่อสร้างได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนพลังงานลดลง, อุปสงค์ในประเทศดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ตลาดในภูมิภาคทยอยฟื้นตัว 2. ธุรกิจปิโตรเคมีเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังปีนี้จากผลิตภัณฑ์ PE ที่กำลังผลิตใหม่ชะลอตัว และ 3. ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนพลังงานลดลงคงประมาณการกำไรปีนี้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 65% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 340 บาท
ส่วน SCGP บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับกำไรปี 2567 ลง 12% เป็น 5,418 ล้านบาท โต 5% จากการปรับสมมติฐานรายได้ปีนี้ลงเป็น 1.40 แสนล้านบาท เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ช้ากว่าที่ประเมินไว้ รวมถึงปรับสมมติฐานค่าใช้จ่าย SG&A เป็น 1.73 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนค่าขนส่งระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง อีกทั้งปรับสมมติฐานต้นทุนทางการเงินขึ้นเป็น 2,021 ล้านบาท เพื่อสะท้อนต้นทุนทางการเงินที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยให้คำแนะนำ เก็งกำไร ปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 34 บาท
ถัดมา STA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองแนวโน้มอุตสาหกรรมยางมีโอกาสกลับสู่รอบขาขึ้นในปี 2567 โดยบริษัทตั้งเป้าปริมาณขายปีนี้ที่ 1.5 ล้านตัน โต 15% จากปีก่อน และตั้งเป้าราคาขายเฉลี่ยที่ 150 Cent/kg ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมองแนวโน้มผลประกอบการของ STA คาดจะพลิกกลับมามีกำไรที่ 1.12 พันล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปบ้างแล้ว คงคำแนะนำ เก็งกำไร
NER บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 มาอยู่ที่ 1.91 พันล้านบาท โต 24% ภายใต้สมมติฐานแนวโน้มราคายางที่เพิ่มขึ้นกว่าคาด ส่งผลให้ปรับเพิ่มราคาขายและ GPM ขึ้นจากเดิม ขณะที่ความมั่นใจมากขึ้นในปริมาณขาย คงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และเพิ่มราคาเป้าหมายมาที่ 6.30 บาท สะท้อนความต้องการและราคายางพาราที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันความต้องการยางที่ฟื้นตัวเกิดขึ้นในฝั่งยุโรป ซึ่งอาจมีผลคำสั่งซื้อของ NER ไม่มาก แต่มีผลต่อราคายางและมาร์จิ้นของ อย่างไรก็ตามการพัฒนา ESG จะทำให้โอกาสหาลูกค้ายางเพิ่มขึ้น
TEGH บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2567 คาดจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ตามทิศทางราคายางที่กลับสู่แนวโน้มขาขึ้น และยังมี Upside จากกฎ EUDR ที่จะช่วยหนุนราคาขายเฉลี่ย และปริมาณขายของบริษัท ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 382 ล้านบาท โต 69.3% คงราคาเหมาะสมที่ 3.60 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
AOT บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลง 9% เพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยยังคงมุมมองที่กำไรของ AOT กำลังจะกลับคืนสู่แนวโน้มขาขึ้น คาดกำไรจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดสู่ 2.3 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ อ้างอิงจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ 75.6 ล้านคน (90% ของระดับก่อนเกิดโควิด-19 ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ Outperform และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 อยู่ที่ 80 บาท
AAV บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.40 บาท โดยยังเลือก AAV เป็นหุ้น Top pick กลุ่มการบินในระยะสั้นจาก 1. ผลประกอบการไตรมาส 4/66 สูงกว่าคาดและแนวโน้มไตรมาส 1/67 กำไรยังเติบโตต่อเนื่อง, 2. เป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มฯ จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน (สัดส่วนรายได้เส้นทางบินจีนสูงสุดในกลุ่มฯ ที่ 21% (Pre COVID)) และ 3. มีโอกาสเกิด Upside หากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือภาษีน้ำมันเครื่องบิน (อยู่ระหว่างรอเสนอเข้า ครม.) ประเมินกำไรปี 2567 ที่ 1.63 พันล้านบาท
PTTGC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 6.7 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน บนความคาดหวังเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, กำลังผลิตใหม่เริ่มชะลอตัว, การเพิ่มขึ้นของอุปทานวัตถุดิบ Ethane จากการเร่งผลิตก๊าซในอ่าวไทย อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่รวมผลกระทบจากนโยบาย Single Pool Gas โดยคงคำแนะนำ เก็งกำไร ราคาเหมาะสม 40 บาท
และสุดท้าย IVL บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงมุมมองปี 2567 พลิกมีกำไรราว 8,992 ล้านบาท เพราะ stock loss ที่ลดลง และ core EBITDA/ton ฟื้นเป็น 99$/ton เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการฟื้นของทั้ง PET ที่ oversupply ลดลงจากโรงผลิตจีนลดการดำเนินการ รวมถึงดีมานด์ฟื้นตัว, IOD ความต้องการใช้ของสหรัฐฟื้นตัวและ Fibers ที่ความต้องการใช้กลุ่มยานยนต์และจากประเทศจีนฟื้นตัว คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท

