3 หุ้นค้าปลีก ผู้ได้ประโยชน์ งบประมาณปี 67 “รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ”
ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว สำหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งหากผ่านการพิจารณาวาระที่สองและวาระที่สามจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
นักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจมีผลบังคับใช้และเม็ดเงินน่าจะเข้าสู่ระบบได้ในช่วงสงกรานต์นี้ ทำให้รัฐบาลอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก วันนี้ Wealthy Thai จึงมีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์ และแนวโน้มธุรกิจของ 3 หุ้นใหญ่ในกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL, CPN และ CRC มาฝาก
นักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การส่งร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 เข้าสภาฯ ในวันที่ 20-21 มี.ค. 67 คาดว่าจะมีผลบังคับใช้และเม็ดเงินเข้าระบบได้ในช่วงก่อนสงกรานต์นี้ หนุนภาครัฐฯ เตรียมออกมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับนายกฯ เตรียมแถลงความคืบหน้าโครงการ Digital Wallet สัปดาห์นี้ มองเป็นผล “บวก” ต่อกลุ่มค้าปลีกที่อย่าง
1.CPALL (ราคาเป้าหมาย 69 บาท) กําไรแข็งแกร่งต่อเนื่องจากการเติบโตของ 7-Eleven ได้ประโยชน์จากค่าไฟและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
2.CPN (ราคาเป้าหมาย 87 บาท) กําไรฟื้นตัวในทุกธุรกิจโดยอัตรากําไรขั้นต้นจากค่าเช่าอยู่ที่ 55.3% ในปี 2566 ทํา New high จากอัตราการเช่าที่สูงขึ้นและส่วนลดค่าเช่าที่ลดลงคาดกําไรโต 8% ปีนี้
3.CRC (ราคาเป้าหมาย 44 บาท) มูลค่าไม่แพงคาดกําไรโต 14% ปีนี้และธุรกิจ Go Wholesale มองเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2567 ของ CPALL นักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่ากําไรในไตรมาส 1/67 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้นจากธุรกิจ CVS และส่วนแบ่งกําไรที่เพิ่มขึ้นจาก CPAXT (ดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลังรีไฟแนนซ์หนี้เสร็จในช่วงปลายเดือนม.ค.) แต่จะลดลงจากไตรมาส 4/66 จากปัจจัยฤดูกาล
ด้านกําไรปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 21,383 ล้านบาท เติบโต 15% โดยการเติบโต 5% จะเกิดจากกําไรส่วนเพิ่มที่ CPAXT จากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงหลังจากรีไฟแนนซ์หนี้เสร็จในช่วงปลายเดือนเม.ย. 2566 และที่เหลือเกิดจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่ดีขึ้น เพราะ SSS และมาร์จิ้นดีขึ้น ยังคงคําแนะนํา OUTPERFORM ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 75 บาท
ถัดมา CPN นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า CPN ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เติบโตกว่า 10% จากธุรกิจ RETAIL 6-8% ที่ขยายตัวจากปีก่อน หนุนจากเปิดศูนย์การค้าใหม่, ปรับค่าเช่าตามสัญญา และรายได้เพิ่มจาก EVENT ขณะที่ NON-RETAIL คาดโตมากกว่า 20% จากโรงแรมที่เติบโตตามท่องเที่ยว และโรงแรมใหม่ รวมถึงมีแรงหนุนจากส่งมอบคอนโดฯ ใหม่ และเปิดโครงการใหม่เพิ่ม
แม้การต่อสัญญาเช่าที่ดินในโครงการปิ่นเกล้า จะทําให้ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยทางบัญชีเพิ่ม อาจสร้าง DOWNSIDE RISK แต่เบื้องต้นคงประมาณการเดิมเชื่อว่าเป้ากําไรปกติปีนี้อนุรักษ์นิยมพอควรที่ 15,643 ล้านบาท โต 4% จากปีก่อน
โดยแนะนํา OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 83 บาท มองถึงประโยชน์ระยะยาวในการต่อสัญญาที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อรายได้และกําไรขณะที่กําไรไตรมาส 1/67 คาดยืนได้ไม่น้อยกว่าไตรมาส 4/66
สุดท้าย CRC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินไตรมาส 1/67 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวสะท้อนผ่านยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ที่ปรับตัวดีขึ้น โดย SSSG จากต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบันของเวียดนามฟื้นตัวเป็น 3-5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/66 ที่ -16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอิตาลีอยู่ที่ 7-9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไทยทรงตัว ดังนั้นจึงคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1/67 จะกลับมาโตจากไตรมาส 1/66
สำหรับปี 2567 คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 9,180 ล้านบาท โต 12.4% หนุนจาก 1. ธุรกิจในเวียดนามกลับมาฟื้นตัว โดยคาดจะเห็นชัดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
2.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง Easy E-Receipt และการกลับมาของนักท่องเที่ยว คาดช่วยหนุนธุรกิจกลุ่มแฟชั่นและอาหาร 3. รายได้จากการเปิดสาขาใหม่ 4. ต้นทุนค่าไฟโดยเฉลี่ยลดลง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 44 บาท

