Official Update :

เทียบฟอร์ม CBG & OSP ผลงานปีนี้ใครปังกว่ากัน

CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหุ้นที่ถูกจับตามอง เพราะการระบาดช่วงที่ผ่านมาทั้งสองบริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ดี และช่วงปลายปีการระบาดเริ่มลดน้อยลง ทำให้ไตรมาส 1/64 ถูกคาดหวังว่าผลงานจะเติบโตได้ดีต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการ แต่ผลงานจะเติบโตได้ตามที่ถูกคาดหวังหรือไม่ และแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีเป็นอย่างไร Wealthy Thai มีข้อมูลมาฝาก



COVID-19 อาจกดดันกำไรปีนี้ แต่
ปี 65 จะฟื้นตัวแบบ V-shape

โดยเริ่มที่ CBG บริษัทรายงานกำลังสุทธิไตรมาส 1/64 ที่ 700 ล้านบาท ลดลง 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 800 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการส่งออกไปตลาดต่างประเทศลดลง 16.2% โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV เพราะมีปัจจัยเฉพาะตัวด้านการเมืองในเมียนมาในระยะแรก อีกทั้งยังมีการล็อกดาวน์หลายเมืองในประเทศกัมพูชาจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ปริมาณการขายเฉลี่ยต่อเดือนปรับตัวลดลงและส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง


ส่วนแนวโน้มการเติบโตปี 2564 บล.เคทีบีเอสที คงประมาณการกำไรสุทธิที่ 3,637 ล้านบาท เติบโต 3% จากปีก่อน หนุนโดย 1. รายได้รวมขยายตัว 10% จากรายได้ domestic branded own ที่เติบโต 8% รายได้เครื่องดื่มชูกำลังขยายตัว 4% และรับรู้รายได้จาก Woody C+Lock เต็มปี, รายได้ distribution for 3rd party ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และรายได้จากต่างประเทศขยายตัว 3% จากผลกระทบของสถานการณ์การเมืองในพม่าและการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในกัมพูชา, 2. GPM ที่ 38.4% ลดลงจากปีก่อน เนื่องจาก GPM ของต่างประเทศปรับตัวลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และ 3) SG&A to total sales ปรับตัวลดลงจากค่าใช้จ่าย sponsorship ที่ลดลง


ขณะเดียวกันปี 2565 ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิที่ 4,463 ล้านบาท เติบโจ 24% หนุนโดย 1. รายได้รวมขยายตัว 16% จากรายได้ที่ขยายตัวในทุกธุรกิจ และ 2. GPM ขยายตัวจากต้นทุน packaging ที่ลดลงและ utilization rate ที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมรายได้จากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชง และผลกระทบเชิงบวกจากการปรับสูตรลดน้ำตาลในประมาณการ


ดังนั้นจึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 138.00 บาท ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรปี 2564 ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่จะกลับมาฟื้นตัวแบบ V-shape ในปี 2565 จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังดีต่อเนื่อง อีกทั้ง CBG ยังมี Upside จากการปรับสูตรเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อลดน้ำตาล และ รายได้จากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชง






ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มการเติบโตปี
64    

ด้าน OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่ 1,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเครื่องดื่ม C-vitt และการขายในต่างประเทศที่เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก แม้ว่ากลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับบุคคลได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19


สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/64 นายธนา ไชยประสิทธิ์ รักษาการ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังมุ่งใช้จุดแข็งด้านแบรนด์พอร์ตโฟลิโอมาช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ เน้นการตลาดที่ตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคในช่วงการระบาดของ COVID-19 ซึ่งรวมถึงการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพและอยู่บ้านมากขึ้น เช่น  การออกบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 ลิตรของแบรนด์ C-vitt นอกจากนี้ เน้นสร้างความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ เพื่อผลักดันการเติบโตและสร้างธุรกิจในอนาคต โดยจับมือกับพันธมิตรอย่างยันฮี วิตามิน วอเตอร์ เพื่อขยายตลาดเครื่องดื่มวิตามิน ตอบโจทย์กระแสการดูแลใส่ใจสุขภาพ และร่วมลงทุนพัฒนาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสมุนไพร รวมถึงสารสกัดจากกัญชา กัญชง (CBD)


บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า มอง outlook ของ OSP ยังดีต่อเนื่อง โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. ในไตรมาส 1/64 ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังและ functional drink ของ OSP เติบโตดีกว่าตลาด, 2. GPM ในไตรมาส 1/64 เป็นจุดต่ำสุดของปี คาดเริ่มเห็นการฟื้นตัวของ GPM ตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป หลังเริ่มเปิดเตาหลอมตามปกติ, 3. เตรียมออกสินค้าใหม่รองรับการฟื้นตัวของตลาดหลัง COVID-19 คลี่คลาย ทำให้การบริโภคฟื้นตัว, 4. มีความคืบหน้าของเครื่องดื่มผสมสารสกัดกัญชง กัญชา โดยได้เซ็นต์ mou กับยันฮีเพื่อพัฒนา Herbal + CBD infused beverage และ 5. สถานการณ์ในเมียนมาไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับตลาด คาดรายได้เมียนมาในไตรมาส 2/64 ยังคงขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน, จากข้อได้เปรียบของการมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มในเมียนมา ทำให้ยังสามารถรักษา market share อันดับ 1 ได้ ดังนั้น ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 3,917 ล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อน


ขณะเดียวกันราคาหุ้น outrperform SET 3% ใน 1 เดือน ปัจจุบัน OSP เทรดอยู่ที่ PER 26.8x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่เข้าตลาดฯ จึงมองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจและยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่ขยายตัว 12% ในปี 2564 อีกทั้ง ยังมี upside จากโรงงานผลิตและจำหน่ายขวดแก้วในพม่าที่คาดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงจะเห็นความชัดเจนของเครื่องดื่มผสมกัญชงซึ่งในไตรมาส 4/64  ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเป้าหมายที่ 41.50 บาท

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us